ไปสู่วันพรุ่งนี้

ก่อนอื่นก็ต้องขออภัยที่ไม่ได้อัพแบบไดอารี่ซะนาน เนื่องจากสาเหตุอะไรหลายๆ อย่างค่ะ

ช่วงนี้รู้สึกอะไรหลายอย่างมากมาย ทั้งสับสน กังวล หวาดกลัว ปัญหา ฯ
ก็ไม่ค่อยเข้าใจตัวเองหรอกค่ะ ว่าทำไมถึงต้องมาเป็นเอาช่วงนี้
คิดไปคิดมาก็พอจะรู้ได้ว่า นี่อาจจะเป็นช่วงเปลี่ยนแปลง ที่จะนำไปสู่การเป็นผู้ใหญ่
คงเหมือนการเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นแหละมั้ง มันก็เลยค่อนข้างสับสนในชีวิตอยู่ไม่น้อยเลย
อะไรที่คิดอยากให้เป็นยังไง อยากจะทำอะไร ก็ดูเหมือนมันจะไม่ค่อยเป็นดั่งใจ

การเรียน ช่วงนี้ก็หนักพอควรค่ะ เพราะแต่ละวิชาค่อนข้างจะต้องใช้ความจำอยู่ไม่น้อย
แต่ความเข้าใจก็ต้องมาก่อน ซึ่งปัญหาเรื่องความจำ ก็ทำให้ลำบากพอดู ไหนจะงานอีก
ซึ่งงานบางอย่างถ้าเราไม่ซีเรียสกับมันมาก มันก็ดูเหมือนจะสบายๆ นั่นแหละ
แต่เอาเข้าจริง ก็ทำไม่ได้ค่ะ คงเป็นเพราะเป็นคนที่จริงจังกับงานมาก เลยไม่อยากทำ
อะไรที่ขอเพียงแค่ผ่านก็พอ งานกลุ่ม ก็ต้องทำแต่ดีที่มีผู้ชายคนนึงในกลุ่ม เป็นคนที่
ตั้งใจมากค่ะ ก็แอบดีใจเล็กๆ เหมือนกัน ที่มีผู้ชายสนใจเรื่องการเรียนแบบนี้อยู่ด้วย ^^

เวลาว่าง ก็อยากจะทำอันนู้น อยากจะทำอันนี้ อยากฝึกฝีมือ อยากอ่านหนังสือที่มี
อยากฝึกฝนโปรแกรม อยากเล่นเกม อยากทำงานประกวด จิปาถะ อะไรมากมาย
แต่พอเอาเข้าจริงๆ ที่คิดไว้ก็ไม่ค่อยได้ทำเลย จุดนี้ก็ซีเรียสพอควรค่ะ ไม่เข้าใจตัวเองเลย
“อยากตื่นแต่เช้า กินข้าว ไปเรียน มุ่งมั่นกับสิ่งตรงหน้า” อยากทำให้ได้แบบนั้นจริงๆ ค่ะ

ช่วงนี้จริงแล้วก็ไปหวั่นไหวกับคนๆ นึงที่ผ่านเข้ามาเหมือนกัน แต่ยังไงก็รู้สึกว่ามันไม่ได้…
ตรงกับชื่อหนังสือที่บังเอิญไปเจอเลยล่ะว่า “โชคดีที่(ไม่)ได้รักเธอ” แต่เวลาอยู่ใกล้ๆ
บางทีก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าเป็นคนๆ นี้ก็คงจะดี แต่ก็ถ้าคนๆ นี้เป็นคนจริงจังบ้างก็คงดี

แล้วช่วงที่ผ่านมาก็โดนคนๆ นึงหลอกเอาล่ะค่ะ ถึงแม้ว่าเราจะจับได้แล้วก็ตาม แต่เจ้าตัว
ก็ไม่ยอมรับผิด ทั้งๆ ที่ให้โอกาสแล้ว พยายามเค้นความจริงเท่าไหร่ เจ้าตัวก็ยังปฏิเสธ
โดยส่วนตัวเองก็ไม่ชอบคนที่โกหกอยู่แล้ว แต่ถ้าโกหกแล้วยอมรับผิด ในขอบข่าย
ของการให้โอกาสแล้ว มันก็น่าจะได้รับการอภัยใช่มั้ยล่ะคะ? แต่นี่จนแล้วจนรอด ก็ไม่รับ
ก็เลยจำต้องลงโทษกันไปตามระเบียบ จากคนที่เคยรู้สึกดีให้กัน กลายมาเป็นคนรู้จัก
แต่แค่คนรู้จักก็คงยังไม่พอ เลยอยากกลายเป็นคนที่ไม่รู้จักกัน ก็ดีเลยค่ะจัดให้ตามสมควร
แล้วสุดท้ายมาสารภาพตอนมันสายไปแล้ว แล้วจะได้อะไรขึ้นมา? เวลามันย้อนกลับไม่ได้
เรื่องนี้ใครๆ ก็คงจะรู้แก่ใจกันดีอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าใจดำอะไรหรอกนะคะ แต่การโกหกเป็นสิ่งที่
ไงๆ ก็รับไม่ได้จริงๆ ถ้าวันนี้โกหกได้แบบนี้ วันหน้าคงโกหกได้ยิ่งกว่าเดิม คนแบบนี้ไม่น่า
ไว้วางใจเลยล่ะค่ะ เหมือนพวกสิบแปดมงกุฎ ขนาดเพื่อนเราเองมันยังโกรธแทนเอามากๆ
ทั้งๆ ที่ปกติมันเป็นคนเงียบๆ ไม่เคยเดือดร้อนอะไรกับใคร แต่นี่ถึงกับไม่พอใจอย่างเห็น
ได้ชัด โมโหแทนเราเลยด้วยล่ะ ฮ่ะๆ มันก็น่าจะแบบนั้นแหละน๊า ถึงแม้ว่าเรื่องที่คุยไป
คนที่มาหลอกเรา จะรู้อะไรไป ก็ไม่ซีเรียสอะไรหรอกค่ะ เพราะไงๆ คนในเน็ตก็รู้จักกันแค่
ผิวเผิน (ไม่ไว้ใจตั้งแต่แรกอยู่แล้ว) การเล่าเรื่องส่วนตัว ให้ฟังบ้างก็ไม่แปลก ไม่ใช่ความลับ
ระดับชาติแบบรหัสลับ พาสเวิด ที่อยู่ หรืออะไรอยู่แล้ว … ถือว่าทำบุญทำทานนั่นแหละ

แด่คนที่เคยรู้จัก … (เผื่ออ่าน) … ขอโทษด้วยที่บางครั้งไม่ได้พูดอะไรออกไปตรงๆ
ก็เพราะบางครั้งการพูดอะไรออกไป มันก็ต้องมีการยับยั้งชั่งใจ คิดไตร่ตรองก่อนจะพูดไป
แล้วบางเรื่องรู้ว่าพูดไป จะต้องทำให้เจ็บแค้นช้ำใจ จึงเลือกที่จะเลี่ยงไม่พูดออกไป
ความรู้สึกบางอย่าง เมื่อสูญเสียไปแล้ว มันก็เรียกกลับคืนอีกไม่ได้ นั่นคือความเป็นจริง
จากช่วงที่ผ่านมา ได้คุยแล้ว คิดว่าน่าจะเข้าใจนะ เมื่อเริ่มได้ ก็ต้องเลิกได้ ไม่มีงานเลี้ยงไหน
ไม่เลิกลา แล้วช่วงที่ผ่านมาเราเองก็มีความสุขมาก ไม่มีใครไม่มีคุณก็ไม่ถึงตายหรอกค่ะ
จริงๆ ก็ไม่รู้จะบอกอะไรเหมือนกัน เพราะไอที่คุยผ่านการหลอกลวงนั่น ก็คือความจริงแล้วล่ะ
ขึ้นอยู่กับคุณที่จะยอมรับและทำความเข้าใจได้หรือไม่ ว่าไม่มีวันที่จะกลับไปดีกันได้
การอดทนน่ะ ไม่ใช่ความรักหรอก ความรักที่ได้มาซึ่งความอดทนน่ะ มันหมายถึง
เพราะรัก จึงอดทนฟันฝ่าต่ออุปสรรคที่ขวางกั้นไปด้วยกัน แต่การอดทนต่อนิสัยอีกฝ่าย
เพียงเพราะคำพร่ำเพ้อว่ารักน่ะ มันไม่ใช่หรอกนะ ลองไปคิดดูใหม่ให้ดีละกัน
ใจจริงแล้ว อยากให้คุณไปมีความสุข มีความรักใหม่ กับใครอื่นที่ดีกว่า ขอให้เป็นดั่งนั้นนะ

….

ช่วงหลายวันก่อนแม่ขึ้นมาประชุมสัมมนาที่สสวท.ล่ะค่ะ^^’ ไปรับแล้วก็ไปส่งตอนกลับด้วย
วันที่ไปรับไปเจอได้แค่ครึ่งวัน เพราะติดเรียน ขากลับก็เลยได้แวะไปนานค่ะ พอเลิกเรียน
ก็เลยรีบตรงดิ่งไปหาแม่ แล้วก็ไปเที่ยวงาน OTOP กับลุงๆ ป้าๆ ที่มาสัมมนาด้วยกัน
ได้ไปเดินคิโนะที่พารากอน ทั้งๆ ที่ไปพารากอนหลายครั้งแล้ว แต่พึ่ีงเคยไปคิโนะเนี่ยล่ะ 55+
วันนั้นพระเทพฯก็เสด็จมาด้วย แต่ไม่ได้เห็นอ่ะนะ เพราะคนเยอะ ^^; แล้วก็กลับมาแถว
ที่พัก แวะกินเชสเตอร์กิล เห็นรูปบัตรสมาชิก ที่รุ่นพี่เป็นคนเพ้นด้วย = =; โอ้ ถ้างานเพ้นเรา
ได้ทำออกมาเป็นบัตร ใช้กันทั่วประเทศบ้างแบบนั้นก็ดีสินะ หึหึ แล้วก็ไปค้างคืนกับแม่
และป้าธี ที่หอพักของสสวท. เช้ามาก็อาบน้ำแต่งตัวไปกินข้าว แล้วก็ไปเดินเล่นกันที่
ท้องฟ้าจำลอง เข้าชมนิทรรศการก่อน เพราะว่ายังไม่ถึงเวลารอบแสดงของท้องฟ้าจำลอง
เลยไปเดินอควาเรียมกัน ถ่ายรูปกันอย่างเมามันส์ค่ะ จริงๆ เป็นครั้งที่สองแ้ล้วที่มา
แต่แม่พึ่งเคยเข้าค่ะ (คราวก่อนเราเข้าไปดูกับน้องชาย) ได้มาเที่ยวกับแม่แบบนี้ มีความสุข
มากเลยล่ะค่ะ อยากให้เวลาหยุดไว้แบบนี้ตลอดไปก็คงดี.. จากนั้นก็ออกมาดูของขาย
ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ค่ะ ในใจอยากได้นาฬิกาทรายมาก แต่หาขนาดที่ชอบแล้วไม่มี
T_T เศร้าใจ ก็เลยเล็งๆ แผนที่ดูดาวไว้ อยากได้อันที่เรืองแสงเหมือนกันนะ แต่ตั้ง 300+
แพงมากง่ะ – -; ก็เลยเอาเป็นว่าซื้ออัน 30 บาทมา เห็นแล้วชักจะอยากออกไปกางเต้นท์
ดูดาวซะแล้วสิ ฮา~ พอได้เวลารอบ 10 โมง ก็เข้าไปดูการบรรยายในท้องฟ้า่จำลอง
ซึ่งในเดือนมีนา-เมษานี้จะพูดถึงเรื่อง จักรราศี ได้ความรู้พอดูเลยค่ะ ชอบบรรยากาศใน
ท้องฟ้าจำลองมากอ่ะ อยากได้มาไว้ที่บ้านซักห้อง ฮา~ เครื่องฉายดาวนี้จะมีอายุ 45 ปี
ในเดือนสิงหานี้แล้วล่ะค่ะ แก่กว่าเราหลายปีมาก ฮา~ พอแหงนมองขึ้นไป ก็เจอหมู่ดาว
มากมายล้อมรอบ ยิ่งตอนผู้บรรยายบอกว่าต้องหาท้องฟ้าดีเยี่ยม เพื่อดูดาว…
ทั้งห้องก็มืด แล้วบนฟ้า(จำลอง) ก็มีดาวเยอะแยะเต็มไปหมด เห็นแล้วนึกถึงเกมสปอร์เลย
แค่คิดก็เวียนหัวแล้ว ฮา~ แต่มันก็สวยมากจริงๆ ล่ะค่ะ แต่ว่าเราจะไปหาดูท้องฟ้าขนาดนั้น
ได้ที่ไหนล่ะเนี่ย นอกจากไปอวกาศแล้วมั้ง 55+ เอาเข้าจริงๆ อยากรู้มากว่า เครื่องฉายดาว
นั้นราคาเท่าไหร่ได้ เกิน 5 ล้าน แน่ๆ >..<; จากนั้นก็ออกไปเดินดูนิทรรศการอีกนิดหน่อย
สนุกมากค่ะ ^^v แล้วก็นั่งรถไปส่งแม่ที่หัวลำโพงค่ะ แล้วก็นั่งรถกลับมอ..
วันนี้เจ้านู๋ก็ชวนไปกินข้าว และก็ไปเซียร์ – -; เฮ้อ เวลาอยู่ด้วยมันก็สนุกดีนะ แต่มันก็เศร้าดี
แบบว่าคนๆ นี้ไม่ได้อ่ะ เฮ้อๆ =__=; ต่างฝ่ายต่างก็เหงา และอ่อนแอ ก็เลยมาด้วยกันได้
แต่เป็นแบบนั้นมันก็ไม่ค่อยดีซักเท่าไหร่หรอก … ชีวิต … (27-28/03)

…..(30 มีนา) วันนี้ไปงานสัปดาห์หนังสือค่ะ ได้หนังสือมาหลายเล่มมาก แล้วก็หมดเงิน
ไปเยอะมากเช่นกัน 55+ เอาเถอะ T_T; นานๆ ที เงินตัวเองด้วย (กุมขมับ) ได้เวลาประหยัด
กินแกลบกันแล้วเรา ฮ่ะๆ หมดไป 2721 (โดยประมาณ) ดีที่ไม่ยกกินทามะอีกชุด มีหวัง
ขนกลับบ้านกันตาเหลือก 55+

ช่วงที่ผ่านมา ได้อ่านการ์ตูนเรื่อง นาฬิกาทรายรัก ค่ะ เป็นเรื่องที่เขียนได้ดีมากๆ จนขนาด
นำไปทำเป็นหนังเลยล่ะ (ถึงอยากอ่านไง) พออ่านแล้วก็รู้สึกได้ว่า การเป็นผู้ใหญ่ มันช่าง…
แตกต่างกับการเป็นเด็กเหลือเกิน ต้องเจออะไรต่างๆ มากมาย ทั้งความทุกข์ ความเศร้าโศก
ปัญหาต่างๆ นัปการ ความรักก็ไม่เจอทางออกซักที อะไรประมาณนั้นค่ะ แต่ก็ทำให้ได้รู้ว่า
เวลามันได้หมุนไปเรื่อยๆ จากวันนี้สู่พรุ่งนี้ เวลานี้ ก็จะกลายเป็นอดีตภายในพริบตา
ถึงอย่างนั้น คนเราก็จะจมอยู่กับอดีตเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ต้องก้าวเดินต่อไป
ต้องไขว่คว้าหาความสุขด้วยตัวเอง เพราะยังมีคนอีกมากมายที่ยังคอยรักและเป็นห่วงเรา
“มนุษย์เรา ถ้ามีความหวังแม้เพียงอย่างเดียว ก็จะไม่ยอมตายหรอก…” เพราะงั้นตัวชั้น
ก็จะเป็นความหวังนั้น เพื่อคนที่รัก… อ่านการ์ตูนเรื่องนี้แล้วจะทำให้ได้ข้อคิดต่างๆ มากมาย

“ตอนนี้อาจจะยังทำใจไม่ได้ แต่ไม่ว่าจะเจ็บปวดแค่ไหน สักวัน มันจะกลายเป็นเพียงอดีต
ไปเอง… ก้าวไปข้างหน้า ตอนนี้ทำได้เพียงก้าวไปข้างหน้า ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป…”

“ความรู้สึกของคนเราเปลี่ยนแปลงกันได้… เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้”

“ถ้าคนเราอ่อนไหวไปกับทุกสิ่ง… ไม่มีความอดทน… มันก็จะยิ่งสะสมเป็นความเครียด
บางที การมีชีวิตอยู่โดยไม่รับรู้เรื่องอะไรบ้าง ก็น่าจะดีซะกว่า…”

“ถ้าไม่ยอมเปิดใจยอมรับความสุขและความทุกข์ที่จะเข้ามา เขาก็จะไม่มีวันเข้าใจชีวิตหรอก”

“เคยคิดอยากจะย้อนกลับไปตอนนั้นมั้ยคะ?”
“มันก็มีความคิดแบบนั้นบ้างน่ะ… แต่ก็ไม่ได้เกลียดตัวเองที่เป็นอยู่ในตอนนี้หรอก…
ยิ่งอายุมากขึ้น ความทรงจำของเราก็ยิ่งเพิ่มขึ้นใช่มั้ยล่ะ? … ที่ฉันมีวันนี้ได้ ก็เพราะ
ได้รับประสบการณ์ต่างๆ มาจากความทรงจำเหล่านั้น ถ้าไม่มีความทรงจำเหล่านั้น
ก็คงน่าเสียดายแย่…”

“ไม่ว่าจะร้องไห้ โกรธ หัวเราะ ให้ความสำคัญกับใครสักคน หรือได้รับการดูแลจากใครสักคน
ความทรงจำเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ทำให้มีเราในวันนี้ พอคิดแบบนั้น.. ก็รู้สึกรักตัวเองที่เป็นอยู่
ในตอนนี้มากเลย…”

One thought on “ไปสู่วันพรุ่งนี้

  1. Popkusa says:

    +_+ อิอิ

    เป็นอาไรซะเยอะแยะเชียว

    หัดยิ้มบ่อยๆหน่อยสิ แบร่ๆ

    สู้ๆ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s