บันทึกก่อนจากบ้าน…

ชื่อหัวเรื่องวันนี้อาจจะดูเศร้าๆ ไปนิด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็นเรื่องเศร้าอะไรหรอกนะคะ แต่มันก็ตรงตามชื่อนั่นแหละ บันทึกก่อนจากบ้าน เพราะพรุ่งนี้จะต้องจากบ้านกลับไปเรียนอีกหน

หลายคนก็ได้กลับบ้านบ่อยเพราะบ้านอยู่ใกล้ เดินทางไม่กี่ชั่วโมงก็ไปถึง ด้วยความห่างไม่กี่กิโลเมตร แต่บ้านเรามันเหมือนกะคนอื่นที่ไหน จะเดินทางทีนึงก็นานใช่เล่นเลยล่ะ เวลาคนที่บ้านอยู่ใกล้ได้กลับบ่อย เค้าก็คงไม่ได้รับรู้กับคนที่บ้านอยู่ไกลหรอกว่า กว่าจะได้กลับบ้านทีนึง มันแสนจะคิดถึงขนาดไหนเชียว แต่จะกล่าวว่าเราน่าสงสารที่สุดก็คงไม่ใช่ เพราะถึงอย่างนั้น ก็ยังคงมีคนที่บ้านอยู่ไกล แต่ไม่อาจกลับได้ บางคนก็เป็นหลายปี กว่าจะได้กลับ หรือบางคนไม่ได้กลับมานานจนลืมไปแล้วก็ได้? ไม่มีอะไรน่าเศร้า…

ห่างหายไม่ได้อัพมาแสนนาน ว่าจะอัพหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่ได้อัพซักที ทั้งๆ ที่มีเรื่องจะเล่าผ่านมากมาย
เอาคร่าวๆ กิจกรรมที่ได้ทำตอนกลับมาอยู่บ้านละกัน

วันจันทร์ 2 มีนาคม 2552
วันนี้กลับมาถึงบ้านเวลาเย็นค่ะ แม่กับน้องมารับ ด้วยรถคันใหม่ สีดำมันวาว กว้างด้วย เล่นเอารู้สึก ประหม่าชอบกลเวลานั่ง ทุกอย่างในรถก็ดูเหมือนเป็นสิ่งใหม่ๆ ที่น่าค้นหา ตื่นเต้นมากเลยค่ะ แล้วแม่ก็พาไปกินข้าวต้มร้านเซ๊าะอึ้ง เจ้าเก่า ที่ไปกินกันตั้งแต่ตอนที่พ่ออยู่ด้วยนู่ีนล่ะค่ะ รสชาติอาหารที่นั่นก็ยังคงอร่อยเหมือนเดิม ยกเว้นราคาที่แพงขึ้น ฮา~ บ้านที่นาน(หลายเดือน) กลับมาซักหน ถึงจะไม่เปลี่ยนแปลงไปซักเท่าไหร่ แต่ก็มีอะไรแปลกใหม่ มาให้อยากรู้อยากเห็นได้ทุกครั้งไปค่ะ ^^

วันพุธ 4 มีนาคม 2552
วันนี้ได้ไปเยี่ยมโรงเรียนเก่าค่ะ เจออาจารย์เก่ามากมายหลายท่าน แต่ก็เห็นอาจารย์ใหม่หลายท่านเช่นกัน บรรดาอาจารย์เก่าๆ ที่จำเราได้ก็จะทักทายอย่างสนิทสนมคุ้นเคย ด้วยคำถามซ้ำๆ กันทุกราย แต่ไอเราก็ไม่ได้เบื่อที่จะตอบหรอกนะ เข้าใจว่าถามเป็นมารยาท แต่ก็ดีใจที่เค้ายังใส่ใจเรา ก่อนมามีเพื่อนคนนึงถามว่า แล้วรุ่นน้องไม่มองแปลกๆ บ้างหรอ คำตอบคือ มองสิ เล่นเอาเราไม่กล้าสบตา กับใครซักคน 55+ แต่สิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือ พรุ่งนี้ต้องส่งงานครีเอทีฟ แต่ยังทำไม่เสร็จ ก็เลยต้อง หอบโน้ตบุ๊คของแม่มาทำงานด้วยค่ะ เผากันไปอย่างสนุกสนาน แต่สุดท้ายก็ส่งทัน รอดไปค่ะ^^’

วันเสาร์ 7 มีนาคม 2552
วันนี้ตื่นแต่เช้าไปออกวิ่งกับแม่ค่ะ และก็ป้าณีต ที่มาวิ่งเป็นเพื่อนแม่ ไปกันตั้งแต่ตอน 6 โมงครึ่ง วิ่งกันจน 7 โมงเกือบ 8 โมงค่ะ เห็นพระอาทิตย์ขึ้น(ไม่ใช่จากขอบฟ้าหรอกนะ ฮา~) ท้องฟ้าก็สวยมาก แต่เสียดายที่ไม่ได้เอากล้องไป (ก็ไปวิ่งนี่นา) จริงๆ ก็ไม่ได้วิ่งหรอก น่าจะเรียกว่าเดินรอบสนามมากกว่า ฮ่ะๆ แต่ส่วนใหญ่คนแก่หลายคนก็มาเดินออกกำลังกายน่ะนะ เดินวนกัน6-7 รอบ ก็มาผ่อนคลายกล้ามเนื้อ แล้วป้าณีตก็ชวนไปกินข้าวค่ะ บอกว่าจะเลี้ยงฉลองที่เรากลับมา (ต้องถึงขั้นฉลองเลยหรอนั่น) เลยไปกินกันแถวนั้น เป็นร้านขายอาหารเช้าค่ะ พวกขนมจีบซาลาเปา เครื่องดื่ม หรืออาหารชุดแบบฝรั่ง ไอเราก็เลยสั่ง ชุดหมูทอดไป มี ขนมปัง ไส้กรอก ไข่ดาว หมูทอด(คนขายบอกหมูอบ) มะเขือเทศ แล้วก็น้ำส้มอีกแก้วค่ะ กินเกินออกกำลังกายแล้วมั้งแบบนี้ ฮ่ะๆ เสร็จก็แยกย้ายกลับบ้านค่ะ มาอาบน้ำแต่งตัว ตอนแรกก็ว่าจะไม่ออกไปแล้ว แต่พออาบน้ำแล้วรู้สึกรำคาญผมตัวเองที่ยาวมากเกิน(ในความรู้สึก) ก็เลยให้แม่พาไปส่งที่ร้านตัดผม แล้วแม่ก็ไปธุระต่อค่ะ เป็นร้านตัดผมที่เคยมาตัดกับเพื่อน ตอนสอบเสร็จ ของม.6 แต่ร้านนี้เค้าตัดผมได้สวยมาก แถมราคาก็ไม่แพง ลูกค้าก็เลยเยอะเป็นพิเศษ แต่ก็ใช้เวลาไม่นานค่ะ จากนั้นก็เลยเดินไปดูร้านมนูสาสน์ แถวโรงเรียนธิดานุเคราะห์ โรงเรียนเก่าเราตอนประถมอีกนั่นแหละ เพราะอยากอ่านกินทามะเข้าไส้ 55+ สุดท้ายก็สมใจอยาก แถมได้เรื่องอื่นๆ มาอีกด้วย…

วันอาทิตย์ 8 มีนาคม 2552
วันนี้ตอนเช้ามีใส่บาตรที่ลานบุญแถวบ้านค่ะ ก็เลยโดนแม่ปลุก(แกมลาก) ให้ไป แต่ใส่บาตรแล้วก็รู้สึกดีแหละค่ะ จากนั้นก็เอาพวกขนมปังไปให้ปลาที่สวนสาธารณะค่ะ ปลายังคงชุกชุมเหมือนเช่นเคย พอตกเย็นก็อาบน้ำแต่งตัวไปรับญาติอีกบ้าน เพื่อไปงานวันเกิดคุณย่าค่ะ จริงๆ มันก็ไม่ถึงกับงานหรอก แค่มากินข้าวที่ภัตตาคารในโรงแรม แต่คนที่ร้านนั่นเยอะมาก แบบว่าเลี้ยงกันหลายโต๊ะ และไม่ได้แบ่งเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ เลยดูเหมือนงานเฮโลร่วมๆ กันซักอย่าง ทั้งๆ ที่ขนญาติๆ มากินข้าวกันแล้วรวมได้แค่ 2 โต๊ะเอง 55+ คุณพ่อก็มางานเช่นกัน พาลูกมาด้วย มานั่งข้างเราด้วย – -; แถมบอกให้เราช่วยดูแลอีก เป็นผู้ใหญ่ที่ไม่ค่อยได้คิดถึงความรู้สึกคนอื่นเอาซะเลยเน้อ เพราะไอเรานั่งโต๊ะรวมบรรดาเด็กๆ ส่วนแม่ก็ไปนั่งโต๊ะผู้ใหญ่อีกโต๊ะ กลายเป็นว่าเราต้องดูแลน้องคนนี้ไปอีกคน ทั้งๆ ที่ไอเฟิสมันก็นั่งข้างดิฉัน แต่มันโตแล้วตักกินเองได้ ไม่เหมือนเด็กคนนี้ -..-; แต่ก็เอาเถอะค่ะ ไม่ได้รังเกียจอะไร อยากให้ดูแลก็ได้ จัดให้ ถือว่าเป็นคำขอของคุณพ่อล่ะนะ แต่การรวมญาติคราวนี้รู้สึกได้ว่า เราสองพี่น้องได้เปลี่ยนไปแล้ว อีกนิดนึง ในทางที่ดีขึ้นน่ะนะ อาจจะไม่ใช่เรา แต่เป็นน้องชายก็เป็นได้ ดูมันกล้ากิน กล้าเผชิญอะไรขึ้นเยอะ ไม่เหมือนกับเมื่อก่อน เหนียมอาย เรื่องมากอีกตะหาก น่าเตะจริงๆ 55+ แต่ก็ดีแล้วล่ะ งานวันเกิดคุณย่าก็จบลงด้วยดี กับเค้กที่ไม่ค่อยอร่อย (เพราะครีมเยอะ แต่ไม่เห็นหวานเลย – -;) คุณย่า 81 แล้ว ไงก็ขอให้ท่านสุขภาพแข็งแรง อายุยืนไปนานๆ นะคะ ^^

วันจันทร์ 9 มีนาคม 2552
วันนี้ทั้งวันเพื่อการเผางานโดยเฉพาะค่ะ – -; เพราะจริงๆ นัดกับแม่ว่าจะให้แม่เอาไปส่งไปรษณีย์วันนี้ แต่ดันทำไม่ทัน ติดภารกิจหลายๆ อย่างดั่งวันที่ผ่านๆ มา วันนี้ก็เลยเป็นโอกาสสุดท้าย เลยต้องใช้เต็มที่ค่ะ ก็ทำกันอย่างเต็มที่ ไปเสร็จจริงๆ ก็ตี 4-5 นู่นล่ะค่ะ จนแม่ตื่นลงมาบอก ยังไม่นอนอีก ก็เลยไล่เราไปนอน แล้วแม่ก็จะเอาไปส่งที่ไปรษณีย์ให้ เอง ขอบคุณมากค่ะ -/\-

วันพุธ 10 มีนาคม 2552
วันนี้นัดกับเพื่อนไปดูหนังค่ะ เจ๊ทรายก็มารับตอน 11 โมง (ทั้งที่นัดไว้ตอนสิบครึ่ง – -“) ก็มาถึงลีกัน เจอหญิง กับ นุช ที่มาในเวลาไล่เลี่ยกัน ส่วนที่เหลือยังไม่โผล่กันมา ก็เลยไปเดินดูของฆ่าเวลาไปก่อน จนมากันครบ ก็ปาไปเกือบจะบ่ายโมงแล้วล่ะค่ะ – -;  มากันช้าแล้วจะขอเวลาไปกินข้าวอีกเฮ้อ ไอพวกเราสี่คนที่มาก่อน เลยต้องไปฆ่าเวลาต่อรอบสอง เล่นเกมจับผิดภาพกัน (เกมฮิตตอนม.6 55+) เล่นกันไปถึงด่าน 40 ก็จอดกันซะละ แต่ก็สนุกมากค่ะ ถ้าเครื่องนั้นพังไม่ต้องสงสัย กดกันรัวอย่างเทพ^^’ พอถึงเวลาก็เข้าไปดูหนังกันค่ะ เรื่อง ความจำสั้น แต่รักฉันยาว (พิมพ์ถูกป่าวหว่า จำไม่ได้ซักที) ไอตอนแรกก็ไม่ค่อยอยากดูหนังไทย อยากดู Bolt มากกว่า แต่มันยังไม่เข้า – -; เอาเถอะ หนังฝรั่งอื่นก็ไม่เห็นน่าดู เลยไม่ออกเสียง สุดท้ายก็ดูเรื่องนี้แหละ แต่พอดูแล้ว ยอมรับเลยค่ะว่า คุ้ม สนุก ซึ้ง ภาพก็สวย บทก็ดี พระเอกก็น่ารักดี หุหุ เอาเป็นว่าใครไม่ได้ดูก็ไปลองหาดูซะน๊าา พอกลับมาบ้าน ก็ออกไปกับแม่และก็น้องต่อค่ะ เพราะตั้งใจจะไปซื้อของ แต่ไอเรายังไม่ได้กินข้าวเที่ยง เลยตั้งใจว่าจะไปกินฟูจิกัน ไอน้องตัวแสบก็กระตือรือร้นเป็นพิเศษ น่าเตะซักเปรี้ยงจริงๆ สั่งกันไปหลายร้อย กินกันอิ่มหนำสำราญ ไอเรารวบเที่ยงเย็นเลย ก็อิ่มอร่อยกันไป

วันเสาร์ 14 มีนาคม 2552

วันนี้วิ่งออกกำลังกายตอนเช้ากับแม่เช่นเคยค่ะ แต่ไปสายกว่าวันก่อน เลยกลับช้ากว่าวันก่อนด้วย 55+ จากนั้นก็กลับมาบ้านอาบน้ำ แล้วก็ออกไปซื้อกับข้าวใส่ปิ่นโต (คราวนี้ลากน้องมาได้) ไปถวายสังฆทานที่วัดคลองแห ค่ะ ไปดูตลาดน้ำคลองแห (แต่ยังไม่มีใครมาขายน่ะนะ เพราะมันยังช่วงสายอยู่ – -;) เจอ(ฆ้อง)เค้าเีรียกงั้นป่าวหนอ ที่เอามือไปลูบแล้วจะดัง ก็ลองกันใหญ่ค่ะ แต่กลายเป็นว่าเคาะกันเลยดีกว่า ดังชัวร์ ซะงั้น 555+ ตอนเย็นตั้งใจจะไปว่ายน้ำค่ะ แต่ไอเรามันมักขี้เกียจตอนเย็น แบบนี้ประจำ ก็เลยไม่ได้ไปว่ายน้ำกับขับรถซักที เอาเป็นว่าหยุดคราวหน้าละกัน 55+ กินข้าวเย็นไป ก็ดูซอดองโยไป ซื้อมากะให้แม่ดูช่วงซัมเมอร์ เบื่อๆ ก็เปิดดูได้ แต่ตอนแรกแม่บอกว่าซื้อมาทำไม เอาไว้ดูที่หอเถอะไรงี้ แต่พอวันนี้เอามาเปิด แม่นั่นแหละค่ะ นั่งดูยาว ล่อไปสามตอน สามชั่วโมง ไม่ไปไหนเลย 55+ ชางตอนเด็กน่ารักอ่ะ > <; แต่ตอนโตแล้วก็น่ารัก+หล่อด้วย โอ้ว คนอะไรเนี่ยยยย 55+

แต่ถึงยังไงความสุขก็ไม่สามารถคงอยู่ได้ตลอดไป ถึงกระนั้นก็ยังอยากจะกลับมาที่แห่งนี้อยู่ดีล่ะค่ะ บ้านที่คุ้นเคย ไม่ว่าอะไรจะเปลี่ยนไปแค่ไหน สิ่งเก่าๆ ก็ยังคงจดจำผ่านร่างกายนี้ ผ่านความทรงจำนี้ ครอบครัวเนี่ยเป็นอะไรที่สุดยอดเลยนะคะ เป็นตัวของตัวเองได้ จะทำอะไรก็ทำได้ ถึงจะทะเลาะ ถึงจะไ่ม่พอใจ ถึงจะงอลกันบ้าง แต่ทุกอย่างก็ล้วนมีเหตุผลของตัวมัน  แต่ทุกคนก็ยอมให้กันและกัน ยิ้มและหัวเราะไปด้วยกันเมื่อมีความสุข จริงใจ ไม่หลอกความรู้สึก เป็นสิ่งที่ตรงไปตรงมาดีจังเลยล่ะค่ะ เพราะงั้นก็รักครอบครัวของคุณ รักพ่อรักแม่ รักพี่น้อง คนใกล้ชิดของคุณให้มากๆ นะคะ

ไม่ว่าอะไรจะเปลี่ยนไปแค่ไหน ทุกอย่างก็จะยังคงอยู่ ยังคงจดจำอยู่ในความทรงจำ ในความรู้สึกนี้

…ตลอดไป…

และถึงแม้การเปลี่ยนแปลงจะน่ากลัว เพราะเราไม่อาจคาดเดาได้ว่ามันจะดีหรือร้าย เพราะเราไม่รู้นั่นเอง เราถึงได้กลัวมัน แต่ถึงอย่างนั้น เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่บนโลกที่เปลี่ยนแปลงนี้ค่ะ…

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s