สาระน่ารู้เกี่ยวกับสื่อสิ่งพิมพ์

Credits : http://www.sunprint.co.th

ทุกวันนี้กระดาษมาตรฐานขนาด A4 นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย เราคงคุ้นเคยกันดีใช่มั้ยครับ ซึ่งขนาด A ที่ว่านี้ เป็นขนาดในมาตรฐานของ ISO ครับ ไอเดียของการออกแบบเริ่มต้นมีดังนี้ ในระบบมาตรฐาน ISO นั้น ขนาดกระดาษที่เรียกว่าได้มาตรฐาน จะมีอัตราส่วนด้านยาว ต่อด้านกว้างเป็น 1 : 1.4142 หรือ 1 ต่อ square-root 2 นั่นเอง ด้วยอัตราส่วนนี้เอง จะทำให้การคำนวณขนาดกระดาษ size ต่าง ๆ เป็นไปได้ด้วยความสะดวก เพราะว่าถ้าเรานำกระดาษที่มีอัตราส่วนนี้สองแผ่นมาวางต่อกันในด้านยาวแล้ว ก็จะได้กระดาษแผ่นใหม่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น แต่ยังคงอัตราส่วนเดิมอยู่คือ 1 ต่อ 1.4142

a4

มาตรฐาน ISO นี้ กำหนดกฏเกณฑ์สำหรับกระดาษซีรียส์ A ไว้ดังนี้

► อัตราส่วนด้านกว้างกับด้านยาวเป็น 1 ต่อ 1.4142
► ขนาด A0 มีพื้นที่เท่ากับ 1 ตารางเมตรพอดี
► เมื่อนำ A0 มาตัดแบ่งครึ่ง จะได้กระดาษขนาด A1 ที่มีอัตราส่วนเดิม 2 แผ่นพอดี
► ส่วนกระดาษขนาดอื่น ๆ ก็จะใช้กฏเดิมคือ ถูกตัดแบ่งมาจากไซส์ที่ใหญ่กว่า ด้วยอัตราส่วนเดิมพอดี
► หน่วยของความกว้างยาวกระดาษ จะถูกคำนวณแล้วปัดเศษให้อยู่ในรูปของมิลลิเมตร

เมื่อเราดูตามกฏเกณฑ์ที่วางไว้แล้ว ก็จะพบว่า เราสามารถคำนวณขนาดกระดาษในมาตรฐาน ISO ได้ง่าย ๆ ด้วยวิธีพับครึ่งครับ ง่าย ๆ คือ
A0 จะมีขนาดใหญ่เป็น 2 เท่าของ A1 ส่วน A1 จะมีขนาดเป็นสองเท่าของ A2 แบบนี้ไปเรื่อย ๆ ครับ

a0

ทั้ง นี้ทั้งนั้น กระดาษในตระกูล A ก็ไม่ได้ตอบสนองต่อการใช้งานได้ทั้งหมดครับ จึงมีคนคิดค้น series B ขึ้นมาเพื่อให้คลอบคลุมกับกระดาษที่มีขนาดใหญ่ ส่วน series C จะเน้นไปที่มาตรฐานของซองจดหมายครับ

aaa

แกรมคืออะไร

► เมื่อเราพูดถึงกระดาษขนาด 70 แกรม กับ 60 แกรม เราคงพอจะรู้กันว่ากระดาษที่มีจำนวนแกรมมากว่า คือกระดาษที่มีขนาดหนากว่ากันอยู่แล้วใช่ไหมครับ แต่เราเคยสงสัยกันมั้ยว่า แกรมที่ว่านี้ มันคืออะไรวัดกันยังไง จริง ๆ แล้ว คำว่าแกรมนี้ ก็คือกรัม (gram) นั่นเองครับ เป็นหน่วยที่เราใช้วัดมวลกระดาษว่า เมื่อนำกระดาษชนิดหนึ่ง ๆ ที่มีพื้นที่ 1 x 1 ตารางเมตรมาชั่งแล้ว จะมีน้ำหนักกี่กรัม (แกรม) ฉะนั้น กระดาษขนาด 120 แกรม จึงหมายถึงกระดาษขนาด ที่มีน้ำหนัก 120 กรัม / ตารางเมตร นั่นเอง

► ในทางกระบวนการพิมพ์แล้ว กระดาษที่มีจำนวนแกรมน้อย (บาง) จะทำให้แสงส่องผ่านได้มากกว่า เมื่อทำการพิมพ์ไปแล้วจึงมีโอกาสเป็นไปได้มากที่จะมองทะลุไปเห็นหน้าตรงข้าม ทำให้ดูแล้วไม่สวยงามแล้วยังรบกวนการอ่านด้วยครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราก็จะต้อง balance เรื่องของความหนาให้เหมาะสมกับจำนวนหน้าและประเภทของหนังสือที่พิมพ์ให้ดี ด้วย หนังสือที่หนามากไม่ควรจะใช้กระดาษที่หนาเกินไป เพราะจะทำให้หนักและหนาไม่น่าอ่าน อีกทั้งยังส่งผลโดยตรงต่อราคาต้นทุนด้วยครับ ส่วนหนังสือที่มีจำนวนหน้าน้อย การใช้กระดาษที่หนาขึ้นมานิดนึง อาจจะทำให้ต้นทุนสูงขึ้นนิดหน่อย แต่ก็จะทำให้หนังสือไม่บางจนเกินไป ดูแล้วสวยงามไม่น่าเกลียดครับ แกรมที่เหมาะสมสำหรับการพิมพ์เนื้อหาด้านในคือ 70 – 80 แกรมครับ

► ส่วนการพิมพ์หน้าปกนั้น ต่างจากการพิมพ์เนื้อหาด้านในอยู่ เพราะปกเป็นสิ่งที่ห่อหุ้มไส้ในไว้ จึงจำเป็นจะต้องแข็งแรงและปกป้องอายุของหนังสือ ไว้ได้นานระดับหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นสิ่งแรกสุดที่ผู้อ่านเห็น หน้าปกที่สวยงามดึงดูดตาจึงเป็นสิ่งจำเป็น กระดาษที่ใช้จึงจะต้องหนาและเหมาะสมแก่การพิมพ์ปก ทางโรงพิมพ์แนะนำให้ใช้ 120 แกรมขึ้นไปสำหรับการพิมพ์ปกครับ

จำนวนแกรมที่นิยมใช้ในงานต่าง ๆ จะเป็นประมาณนี้ครับ

► ใบเสร็จ สิ่งพิมพ์ที่ต้องมีสำเนา หรือหน้าในของ dictionary 40-50 แกรม
► กระดาษหัวจดหมาย หน้าเนื้อในของหนังสือ นิตยสาร เนื้อในของสมุด 70-80 แกรม
► โบรชัวร์สี่สี หน้าสี่สีของนิตยสาร โปสเตอร์ 120 – 160 แกรม
► ปกหนังสือ นิตยสาร สมุด แฟ้มนำเสนองาน กล่องสินค้า 300 แกรมขึ้นไป

ชนิดของกระดาษ

► ชนิดของกระดาษเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่แปรผันตรงกับต้นทุนการพิมพ์ครับ กระดาษที่ดีมีคุณภาพสูงจะให้งานที่ออกมาดูดี สวยงามและคงทน แต่ก็จะทำให้ต้นทุนสูงตามไปด้วย เหมาะกับงานที่ต้องการความประณีตสูง เก็บไว้ใช้งานได้นาน กระดาษคุณภาพรองลงมาอาจจะใช้สำหรับงานที่ไม่ต้องการความสวยงามมาก หรือไม่ต้องการเก็บไว้นาน เช่น ใบปลิว หนังสือพิมพ์ อะไรแบบนี้ครับ

กระดาษอาร์ต
กระดาษชนิดนี้เนื้อจะแน่น ผิวเรียบ เหมาะสำหรับงานพิมพ์สี่สี เช่น โปสเตอร์ โบรชัวร์ ปกวารสาร ฯลฯ กระดาษชนิดนี้ราคาค่อนข้างสูง คุณภาพกระดาษก็แตกต่างกันไปแล้วแต่มาตรฐานของผู้ผลิตด้วย มีให้เลือกหลายแบบ ได้แก่

► กระดาษอาร์ตมัน เนื้อกระดาษเรียบ เป็นมันเงา พิมพ์งานได้ใกล้เคียงกับสีจริง สามารถเคลือบเงาได้ดี ความหนาของกระดาษมีดังนี้ 85 แกรม, 90 แกรม, 100 แกรม, 105 แกรม,120 แกรม , 130 แกรม, 140 แกรม, 160 แกรม
► กระดาษอาร์ตด้าน เนื้อกระดาษเรียบ แต่เนื้อไม่มัน พิมพ์งานสีจะซีดลงเล็กน้อย แต่ดูหรู ความหนาของกระดาษมีดังนี้ คือ 85 แกรม, 90 แกรม, 100 แกรม, 105 แกรม, 120 แกรม ,130 แกรม, 140 แกรม, 160 แกรม
► กระดาษอาร์ตการ์ด 2 หน้า เป็นกระดาษอาร์ตที่หนาตั้งแต่ 190 แกรมขึ้นไป เหมาะสำหรับพิมพ์งานโปสเตอร์ โปสการ์ด ปกหนังสือ หรืองานต่างๆ ที่ต้องการความหนา
► กระดาษอาร์ตการ์ด 1 หน้า เป็นกระดาษอาร์ตที่มีความแกร่งกว่ากระดาษอาร์ตการ์ด 2 หน้า หนาตั้งแต่ 190 แกรมขึ้นไป เหมาะสำหรับพิมพ์งานที่ต้องการพิมพ์แค่หน้าเดียว เช่น กล่องบรรจุสินค้าต่างๆ โปสเตอร์ โปสการ์ด ปกหนังสือ เป็นต้น

กระดาษปอนด์
เป็นกระดาษเนื้อเรียบสีขาว นิยมใช้พิมพ์งานสีเดียว หรือพิมพ์สี่สีก็ได้แต่ไม่สวยเท่ากระดาษอาร์ต สามารถเขียนได้ง่ายกว่าทั้งปากกาและดินสอ เหมาะสำหรับพิมพ์เนื้อในหนังสือ กระดาษหัวจดหมาย ฯลฯ ความหนากระดาษที่นิยมใช้พิมพ์หนังสืออยู่ที่ 70-100 แกรม

กระดาษปรู๊ฟ
กระดาษปรู๊ฟ มีเนื้อกระดาษหยาบ สีน้ำตาล หรือขาวหม่น ฉีกขาดง่าย ราคาถูกที่สุด เหมาะสำหรับพิมพ์งานจำนวนมากๆ เช่น หนังสือพิมพ์

กระดาษแบงค์
กระดาษแบงค์เป็นกระดาษบางๆ มักจะมีสี เช่น สีชมพู สีฟ้า นิยมใช้พิมพ์บิลต่างๆ หรือใบปลิว ความหนาประมาณ 55 แกรม ขึ้นไป

กระดาษแอร์เมล์
เนื้อกระดาษบางประมาณ 38 แกรม สำหรับพิมพ์บิล

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s