ชีวิตที่แสนวุ่นวาย (บ่นไปเรื่อย)

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้มาอัพเลย แบบว่าว่างเว้นไปนานจริงๆ 55+
เนื่องจากติดภารกิจทั้งปวง ไหนจะเรียน ฝึกงาน งานนอกก็ยังทำไม่เสร็จ
เฮ้อ บางครั้งแม่ก็โทรมาถามค่ะว่า เครียดหรือป่าว มันก็ไม่เครียดหรอกนะ
แต่จะไม่เครียดเลยซักนิดคงเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าคิดถึงมันก็ไม่ได้ช่วยอะไร
เอาสิ่งที่ต้องทำตรงหน้ากันก่อนดีกว่า มันก็เลยชิวๆ ออกแนวเผาส่งกรุ่นๆ อยู่บ้าง

ที่บ้านแม่ก็พึ่งซื้อรถคันใหม่ค่ะ แบบเกียร์ออโต้ (เพราะคันเก่ามันซ่อมกันไม่ไหวแล้ว)
แม่บอกว่ากลับไปจะสอนให้ขับ เง้อ.. เอาเข้าจริงๆ ก็ไม่ค่อยกล้าขับหรอก
กลัวเอาไปชนกับข้างทางเนี่ยสิ 555+ เห็นว่าไอน้องชายก็อยากลองขับมั่ง
แต่แม่ยังไม่ให้ค่ะ 55+ อยากบอกมันเหลือเกินว่าไม่ใช่ขับรถในเกมนะเว้ย = =’
บุบขึ้นมาเสียตังกันบาน 55+

วันก่อนเรียนวิชาโมชั่นค่ะ อาจารย์ให้วาดสตอรี่บอร์ดจากเรื่องที่ช่วยกันแต่ง
ต่อเติมคนละประโยค จนวนครบห้อง ออกแนวฆาตกรรมสยองขวัญ แบบคิดไปเอง
ไอเราก็วาดสตอรี่บอร์ดกึ่งจะเผา เพราะทำวันครึ่ง วันที่เอาฟอร์มไปปริ้นก็เจออาจารย์
เลยถามไปว่าช่องสตอรี่บอร์ดแค่นี้ได้มั้ย พอวันส่งงาน อาจารย์ถูกใจสตอรี่บอร์ด
ของเรามากค่ะ =..=’ ให้ A+ คนเดียวในห้อง ไม่กล้าสบตาคนอื่นเลยแฮะ
แต่ได้ A กันก็หลายคนนะ แต่จารย์บอกถูกใจของเราเป็นพิเศษ เพราะดูเหมือน
ผ่านกระบวนการคิดมา ไอเราก็… ต้องดีใจสิ แต่เก็บอาการไว้หน่อยคงดีกว่า
เคล็ดลับมันก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ ตอนอ่านเรื่องย่อ ก็อ่านหลายๆ ครั้ง
แล้วพยายามนึกภาพตาม จินตนาการว่าเราเป็นตัวละครตัวนั้น และกำลังเจอเหตุการณ์
เหล่านั้นจริงๆ (ตอนทำยังขนลุกไปเพราะออกแนวฆาตกรรม เหอๆ)
แล้วก็จินตนาการตามไปด้วยว่า เหมือนเรากำลังดูตัวเราเองแสดงเป็นตัวละครนั้นอยู่
ง่ายๆ คือ เป็นทั้งคนแสดงและคนดูในเวลาเดียวกัน แล้วก็ต้องจดรายละเอียด
ของมุมกล้องต่างๆ เอาไว้คร่าวๆ ยังไม่ต้องวาดจริง จากนั้นก็พอคิดว่าครบทั้งเรื่องแล้ว
ก็มาลงกระดาษของจริงค่ะ แต่เวลาทำก็ขอให้ตั้งใจว่าเราเป็นคนดูนะ กำลังดูอยู่
ช็อตไหนที่เพิ่มแล้วคนดูจะเข้าใจยิ่งขึ้นก็ควรเพิ่ม ถึงเป็นเพียงฉากเล็กน้อย แต่ก็
สำคัญยิ่งค่ะ นั่นล่ะ สตอรี่บอร์ด Storyboard ในแนวทางการเขียนสำหรับเราน่ะนะ
ใครจะยึดไปลองใช้ดูก็ไม่ว่ากันค่ะ

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเรียนวิชา 2D และ 3D อาจารย์รุมกันสั่งงานกันอย่างสนุกสนาน
เพราะ สัปดาห์หน้านี้มหาลัยจะหยุดเรียนนั่นเอง เพราะมีงานกีฬา แถมศุกร์หน้า
ก็ชนกับวันพ่อ พอดิบพอดี ได้หยุดสองต่อ นศ ยิ้มกันเป็นแถบ แต่พอได้ฟังการบ้านแล้ว
ใจคงถูกทำร้ายไป 70-80% แน่ๆ ล่ะค่ะ 55+ อย่างน้อยก็ดีใจที่วิชา 2D มีการบ้านแค่
2 อย่าง คาแรคเตอร์ชีต กับ วาดคาแรคเตอยูนะกับแบทแมน = =’ แต่เรื่องวาดๆ นี้
ก็ชอบอยู่แล้ว สงสัยปีหน้าคงได้เลือก 2D กันแน่ๆ 55+ ขอบพระคุณอาจารย์เจี๋ยมากมายค่ะ
ส่วนวิชา 3D ไม่ถนัดเอาซะเลย แต่เอาความพยายามเข้าสู้ค่ะ สองงานแรกเลยได้ A ไป
ถึงจะไม่สวย แต่ทำมาเยอะ จารย์ก็ให้คะแนนความพยายามค่ะ ปลื้ม TvT ขอบคุณมากๆ ค่ะ
แต่งานที่สั่งช่วงปิดนี้ อย่างโหดเลยอ่ะ 1.ทำเครื่องใช้ไฟฟ้า 2.ทำห้อง+สิ่งของต่างๆ ด้วย
3. สเก็ตงาน MiDterm เฮ้อ… แค่อย่างเดียวก็โหดแล้วนะเนี่ย เฮ้อ.. เจอสร้างห้อง ……..

แล้วเข้าเรื่องวันนี้บ้าง ไปประชุมฝึกงานบ้านอาจารย์หมูค่ะ แต่ก่อนไปนั้น เห็นหอเค้ามา
บอกว่ามีจดหมายมา ไอเราก็สงสัยว่าอะไร พอไปเอาเห็นที่ซองก็ โอ้ Day Poet!!
จากนิตยสาร a day นั่นเอง เคยเขียนไปบอกเล่าความรู้สึกค่ะ แล้วเค้าก็จัดส่งของขอบคุณมา
พอเปิดซอง งงอยู่ 5 นาทีเห็นจะได้ มันคืออะหยั๋งล่ะเนี่ย… พออ่านดูมันก็คือ อุปกรณ์ไว้ทำ
ตัวอักษรเบรลล์นั่นเอง ได้แต่นึกในใจว่าเข้าใจแจกแฮะ แปลกดี (แต่ตูไม่ได้ตาบอดนะ!!)
ฮ่ะๆ แต่ก็ชอบค่ะ เอาไว้เล่นกับเพื่อนได้ (แต่มันคงไม่เข้าใจ) เราก็ยังไม่ค่อยเข้าใจวิธีใช้
กับวิธีการอ่านซักเท่าไหร่ ในซองก็แนบมาบอกแต่ว่านี่คืออะไร ตัวอักษรไหนกดยังไง
แล้วเวลาอ่านมันทำกันยังไงล่ะเนี่ย เถียงกับเพื่อนไปหลายยกเลย 55+
จริงๆ ในซองน่าจะมีจดหมายบอกว่าขอบคุณแล้วก็แนะนำวิธีใช้ให้หน่อยน่าจะดี เฮ้อ.. แต่ก็ดีใจค่ะ

วันนี้ที่บ้านอาจารย์หมู ไม่มีท่านอื่นมาค่ะ หมายถึงเหล่าพวกพี่ๆ ที่ทำงานกับอาจารย์น่ะนะ
พี่ปุ้ย พี่บอย พี่โบ๊ท  ไม่มากันทั้งนั้น หึหึ อาจารย์มู๋เลยรับศึกหนักดูแลกลุ่มเราโดยลำพัง
แล้วก็มีนัดกันว่าวันนี้จารย์จะเลี้ยงพิซซ่าล่ะค่ะ!! สั่งกันไป ถาดกลาง 2 ถาด ไก่ 12 ชิ้น
ขนมปัง แป๊ปซี่ รวมแล้ว พันสอง!!! อึ้งกันทั้งกลุ่มพอได้ยินราคา อาจารย์ยังยิ้มๆ ได้อยู่
แต่รู้สึกหน้าจะซีดๆ อย่างเห็นได้ชัด 55+ แต่ก็เลี้ยงล่ะค่ะ กินกันไป (ไอ้เราตัวเจ้ากี้เจ้าการ
ที่คยั้นคะยอให้จารย์เลี้ยงดันได้กินชิ้นเดียวซะงั้น 55+ โดนคนอื่นแย่งอ๊ะ T_T)
แล้วก็ได้เจอเจ้าแปงแปง!! เป็นหมาพันธุ์ปอมปอม ค่ะ น่ารักมาก >..< ตัวประมาณ2ฝ่ามือ
เราชอบเรียกมันว่าอ๊อคไซค์แปง 55+ เวลาวิ่งเล่นนี้ร่าเริงอย่างมาก อาจารย์มู๋ก็ดู
จะเอ็นดูมันมากค่ะ ทั้งที่เป็นหมาคนอื่นฝากมาเลี้ยง = =’ เดี๋ยวเค้ามาเอาคืนละเอ้ย…

ฝึกงานคราวนี้ก็อบรมแต่เรื่องเปอเปคทีฟค่ะ ถามว่าวาดได้มั้ยก็วาดได้อ่ะนะ
แต่ถ้าซับซ้อนกว่านี้ก็ไม่แน่ใจ แต่วันนี้ก็ได้ความรู้เพิ่มนิดหน่อยด้วยล่ะค่ะ
เวลาคุยกับจารย์มู๋แล้วจะสบายใจดี เหมือนคุยกับพ่อ ลุง พี่ชาย อะไรอย่างนั้นเลย
ชอบขัดคอจารย์มั่ง เถียงมั่ง 555+ แต่จารย์ก็ไม่เคยโกรธค่ะ สนุกดี
จารย์บอกว่า เอาเบอร์แม่เธอมา จะโทรไปถามว่าตอนเด็กๆ ให้กินยาผิดป่าว
– -a ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ เด็กๆ นู๋ออกจะเงียบเรียบร้อย แค่โตมามันเก็บกด 55+

แล้วพรุ่งนี้ก็มีเรียนญี่ปุ่นอีก ฮ่ะๆ ว่าแล้วก็ขอจรลีไปนอนล่ะค๊ะ

ปล. ศุกร์นี้ก็ต้องไปบ้านอาจารย์มู๋อีก = =’ ไม่อยากไปรถแท็กซี่เล้ย เมารถ..

ปล2. (ยาวนิด) วันก่อนทะเลาะกับเพื่อนผู้ชายคนนึงค่ะ มันบอกคิดกับเราเป็น
เพื่อนสนิท แต่ไอเราก็บอกตรงๆ ว่า ไม่เคยคิดจะมีเพื่อนสนิทเป็นผู้ชาย
และไม่อยากมีด้วย เพราะเราไม่ชอบผู้ชาย(เป็นทุนเดิม) แต่ก็ไม่ชอบผู้หญิงเช่นกัน
แต่เพื่อนสนิทจริงๆ คงมีแค่คนเดียวล่ะคะ่ ก็คือไอเมย์เนี่ยแหละ คุยกับมันแล้วสบายใจดี
มีอะไรหลายๆ อย่างคล้ายๆ กัน เวลาเล่าเรื่องอะไรให้มันฟัง ก็จะรู้สึกดีค่ะ
คุยกันไปตั้งแต่เรื่องครอบครัวยันแต่ก่อนเด็กๆ ความรัก สารพัด นี่ล่ะค่ะ สนิทสำหรับเรา
อยู่ด้วยแล้วสบายใจดี ถ้าอยู่แล้วอึดอัดไม่ใช่เพื่อนสนิทหรอกค่ะ เพื่อนธรรมดาพอ
แล้วเพื่อนธรรมดาของเราก็คงแตกแขนงออกไปอีกหลายแบบเลยล่ะ 55+
แล้วเพื่อนผู้ชายเราคนนี้ดูเหมือนไม่พอใจที่เราให้มันเป็นแค่เพื่อน ละโมภทำแป๊ะไรวะ
เฮ้อ คุยไปคุยมาไม่รู้ยังไง ดันออกไปถึงเรื่องความชอบไปซะได้ ทำให้ได้พูดในสิ่งที่
คิดมานานแต่ไม่เคยบอกใครเหมือนกันค่ะ ฮ่ะๆ (แต่ก็เคยบอกในบล็อคเหมือนกันนิหว่า)
สำหรับเราแล้ว “รักการได้ตามหาใครซักคน มากกว่าการที่จะให้ใครซักคนมารักค่ะ”
เพื่อนมันก็ถามอีกว่า แล้วไม่เหงาหรอ มันไม่มีทางที่จะไม่เหงาหรอก แต่ถ้าเราอยู่กับ
ความเหงาได้ อะไรๆ ก็ไม่น่ากลัวหรอกค่ะ เวลาอยู่ตัวคนเดียวก็มักจะพูดกับตัวเองเสมอ
เหมือนความรู้สึกเวลาที่ต้องอยู่คนเดียว แล้วเกิดนึกถึงผีๆ สางๆ ก็มักจะคิดเสมอค่ะ
ว่ามีอะไรน่ากลัวไปกว่าความเหงาและโดดเดี่ยวอีกหรอ แล้วก็จะรู้สึกสบายใจเอามากๆ
เพราะความเหงาเราก็ทำอะไรอย่างอื่นซะ ไม่ให้ต้องคิดก็จบ โลกนี้มีอะไรสนุกๆ
ให้ทำตั้งเยอะแยะ มีอนาคตที่ไม่อาจเห็นให้เราไปค้นหาอีกตั้งมากมาย เพราะเรายังมีชีวิต
เรายังมีลมหายใจ รับรู้ได้ถึงทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามาได้ แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
แล้วมันก็ถามว่า เคยมีคนที่ชอบมั้ย จนมองข้ามข้อเสียของเค้าได้ นั่นเป็นคำถามที่
เราเองก็ยังให้คำตอบที่แน่นอนไม่ได้หรอกค่ะ ถามว่ามีคนที่ชอบมั้ย เคยมี
อยากคบอยากทำความรู้จักเค้ามากขึ้นมั้ย ก็อยากอยู่แล้วล่ะ แต่จะมองข้ามข้อเสียนี้
ถึงต่อให้ชอบจริงๆ แต่เจอข้อเสียไป บางทีตัวเราเองอาจจะรับไม่ได้ก็ได้ .. ทิฐิล่ะมั้ง
เลยรู้สึกว่า การ”ตามหา”ใครซักคน(เรื่อยไป) ต่อให้เค้ามีหรือไม่มีตัวตน คงมีความสุข
มากกว่าการที่จะได้ใครซักคนมาครอบครอง แล้วอาจจะไม่ใช่ความสุขที่แท้จริงก็ได้…

ปล3. ยาวมากไปละ สั้นๆ ละกัน ชอบเพลง Taion ที่แปลว่าอุณภูมิ (รึป่าว) ของ
วง UVERworld มากอ่ะ >..<‘ ทั้งๆ ที่เพลงเปิดของซิงเกิ้ลมันเป็นอีกเพลง แต่เรากลับ
ชอบเพลงรองลงมาซะมากกว่า 55+ (เอาความจริงก็ไม่เข้าใจความหมายหรอก)
แต่ฟังแล้วรู้สึกว่าได้อารมณ์อะไรบางอย่างมากๆ เพลงเปิดของซิงเกิ้ลที่ประกอบ
กันดั้ม00 ก็เพราะดีนะชอบเหมือนกัน แต่เราชอบเพลงช้าๆ บิ้วอารมณ์ลึกๆ มากกว่า 55+
(นึกถึงเรื่องกันดั้มซีดขึ้นมาเลย เพราะไปชอบเพลง River ทั้งๆ ที่เพลงอื่นติดชาร์ต
ตั้งเยอะแยะ แต่ดันชอบเพลงนี้ซะงั้น 55+) ไว้เน็ตดีจะหาเนื้อเพลง+เพลงมาลงละกัน

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s