Code Geass & Japan Festival

คำเตือน หน้านี้โหลดรูปโหดนะจ๊ะ

โฮ่ วันนี้ผจญภัยกันมาทั้งวันเลยล่ะค่ะ
เนื่องจากเรามีนัดกับเซโร่ โฮะๆ ที่สยามพารากอนนั่นเอง
ก็เลยต้องรีบตื่นแต่เช้า แต่กว่าจะมากันพร้อมก็ปาไปเกือบสิบเอ็ดโมงแล้ว  – -”
เดี๋ยวนี้อะไรก็ขึ้นราคา รถไปหน้าเมืองเอกก็ขึ้นราคาอีกแล้วค่ะ T_T
เศร้าหนอ รถเมล์ที่ว่าฟรี ก็ไม่ได้ขึ้นค่ะเพราะมันแล่นผ่านน้อยมาก
แถมแค่เห็นคนในรถฟรีแล้วก็แบบว่า สลดใจค่ะ แน่นอย่างปลากระป๋องปุ้มปุ้ย
ก็อย่างว่า คนไทยชอบของฟรี แต่ก็ยังต่อว่าคนที่ให้ของฟรี (เอ๊ะยังไง?)
สุดท้ายก็เสียตังค่ารถกันตลอดทาง 7 + 20 + 35 + 35 + 20 + 7 = 124 บ.
นั่นคือแค่ค่าเดินทาง T__T เฮ้อหมดตัว.. แต่อย่างว่าค่ะจารย์หมูบอกให้ไปเปิด
จิตและวิญญาณ! เปิดหูเปิดตานั่นเอง ก็เอาละว้า หาประสบการณ์

มาถึงบีทีเอสสถานีสยามนี่ก็ปาไปเกือบ เที่ยงแล้ว อ้อผู้เข้าร่วมการเดินทางครั้งนี้
มีเรา เมย์ และ วี ค่ะ แต่วีต้องแยกไปเซ็นทรัลชิดลมเพราะต้องไปเก็บข้อมูลทำงาน
เรากับเมย์ก็เลยเดินไปเที่ยวมาบุญครองก่อน เพราะว่ายังไม่ถึงเวลาลงทะเบียน
(บ่ายโมง เริ่มงานบ่ายสองค่ะ) เรียกได้ว่ามา MBK แล้วได้แต่เดินดูค่ะ
เพราะไม่รู้จะซื้ออะไร แถมมีเวลาไม่มาก เลยได้แต่เดินดูหนังสือซะส่วนใหญ่
พอใกล้บ่ายก็ต้องรีบกลับไปพารากอนอีก แต่ตอนหาทางออกจาก MBK เนี่ยดิ
ประจำค่ะ ไอเราเนี่ยเป็นโรคอะไรไม่รู้หลงได้ทุกที คราวก่อนที่เคยมาเมื่อปีที่แล้ว
(นานขนาดนั้นเชียว – -“) ก็หลงค่ะ คราวนี้กว่าจะหาทางออกเจอก็งมกันไปหลายขม

Japan Festival ที่สยามพารากน 30-31สิงหาค่ะ

Japan Festival ที่สยามพารากอน 30-31สิงหาค่ะ

จากนั้นก็รีบบึ่งไปพารากอนทันใด โอ๊ะ ไม่ทันสังเกตุว่าหน้าพารากอนมีงาน
Japan Festival ตอนแรกก็ได้ข่าวมา แต่ไม่นึกว่าจะจัดที่หน้าพารากอนอีก -๐-”
คนเยอะมากค่ะ มีทั้งพวกคอสเพลย์ คอนเสิร์ต ทริปทัวร์ แนะแนวการศึกษา ฯ

Japan Festa >..<

Japan Festa >..<

มุมสวยๆ จากในงานค่ะ

มุมสวยๆ จากในงานค่ะ

มีการให้ทดลงเขียนชื่ด้วยพู่กัน

มีการให้ทดลองเขียนชื่อด้วยพู่กัน

มีชุดยูกาตะให้เช่าแต่งตัวถ่ายรูปค่ะ

มีชุดยูกาตะให้เช่าแต่งตัวถ่ายรูปค่ะ

ฝรั่งก็เากับเค้าค่ะ ฮ่ะๆ

ฝรั่งก็เอากับเค้าค่ะ ฮ่ะๆ

คนเสิร์ตค่ะ เพลงญี่ปุ่นแต่ฟังไม่รู้เรื่งแฮะ

คอนเสิร์ตค่ะ เพลงญี่ปุ่นแต่ฟังไม่รู้เรื่องแฮะ

พวกซุ้มต่างๆ ที่มาจัดงาน

พวกซุ้มต่างๆ ที่มาจัดงาน

คสเพลย์ 3 สาวจากเมจิคไนท์เรเิร์ธ

คอสเพลย์ 3 สาวจากเมจิคไนท์เรเอิร์ธ

แล้วก็เจอเหล่าคอสเพลย์จากโค้ดกีอัส มายืนแจกหน้ากากเซโร่ประชาสัมพันธ์ค่ะ

นู๋ซีทูค่ะ น่ารักกก

นู๋ซีทูค่ะ น่ารักกก

ลูลูชคุงเท่ห์มากค่ะ แต่ไม่กล้าขถ่ายใกล้ๆ

ลูลูชคุงเท่ห์มากค่ะ แต่ไม่กล้าขอถ่ายใกล้ๆ

คาเรนจัง น่าร๊ากกก เหมาะมาก

คาเรนจัง น่าร๊ากกก เหมาะมาก

ันนี้หน้ากากประชาสัมพันธ์ค่ะ ใส่ได้

อันนี้หน้ากากประชาสัมพันธ์ค่ะ ใส่ได้

เสียดายค่ะที่ไม่มีเวลาแวะนาน เพราะว่าต้องไปงานโค้ดกีอัสก่อน เซโร่กำลังรอ 55+

เป็นครั้งแรกที่มาสยามพารากอนค่ะ อย่างกับบ้านนอกเข้ากรุง – -”
เดินงมหาสถานที่จัดงานอยู่นานสองนาน กว่าจะเจอ T_T

โปสเตร์นี้สุดท้ายก็ฉกมาันนึงค่ะ 55+

โปสเตอร์นี้สุดท้ายก็ฉกมาอันนึงค่ะ 55+

ลูลูชกับคาเรน(ีกคู่) ลู่เท่ห์โฮกก

ลูลูชกับคาเรน(อีกคู่) ลู่เท่ห์โฮกก

มาถึงงานก็ลงทะเบียนค่ะ มาก่อนเวลาเริ่มงานประมาณยี่สิบนาที
ก็ต้องเจอกับแถวลงทะเบียนที่ยาวมากค่ะ ดีที่เจอสา มาทำงานพิเศษ
คอสเป็นสุซาคุ หุหุ พอถามสาเรื่อง DVD Box Set ก็เลยรีบตรงเข้าไปดูค่ะ
ปรากฎว่าต้องลงทะเบียนก่อนถึงจะมาซื้อได้เลยรีบกลับออกมาลงทะเบียน
พอเข้าไปจะซื้ออีกที ก็เจอกับข่าวร้ายที่ว่า “ของหมดแล้วครับ”
ทำเอาเราหัวเสียไปเลยแฮะ แบบว่าตั้งหน้าตั้งตารอมานานมากอ่ะ
นับถอยหลังรอวันนี้เลยก็ว่าได้ แต่พอมาซื้อกลับหมดแล้ว!!
พอก้มดูนาฬิกา ฮ๊ะ! บ่ายโมง 57 นาที อีกสามนาทีจะเริ่มงาน
แต่ของหลักอย่าง DVD หมดซะแล้ว!! นี่มันอะไรกัน -*-
หงุดหงิดอย่างสุดๆ ค่ะ พอเปิดงาน ก็เริ่มให้เล่นเกมเก็บตราปั้มป์ของแต่ละด่าน
มีด่านลูลูช สุซาคุ คาเรน และซีทู ซึ่งไอเราลองไปแหยมแค่ซุ้มเดียวคือคาเรน
เพราะแถวยาวมากจริงๆ ค่ะ คนเยอะมาก (โดยเฉพาะพวกโอตาคุผู้ชาย-*-)
เพราะถ้าเล่นครบก็จะได้ตราปั้มไปแลกของรางวัล ซึ่งเราขี้เกียจต่อแถวค่ะ – -a
เลยมานั่งเล่นกับเมย์ซักพัก แล้วเลยชวนเมย์ไปนั่งในห้องโรงหนัง 360 องศา
ที่ๆ เค้าขาย DVD กันน่ะค่ะ พอไปถึงก็นั่งคุยกับพี่ที่เค้าเฝ้า พี่เค้าก็ขอโทษใหญ่
แล้วก็คุยกันหลายเรื่องค่ะ พี่แกบอกว่าเอามาแค่ 100 ชุด เอ่อ.. พี่คะ นัมเบอร์
ที่นู๋ได้เนี่ย ก็มาเป็นคนที่ 100 ของงานแล้วล่ะค่ะ – -” มันจะพอได้ไงล่ะเนี่ย
แล้วแถมบางคนก็หอบหิ้วซื้อไป 2 ชุด จะเอาไปต้มแดกหรอนั่น เฮ้อเซ็งสุดๆ

มีเล่นเกมเก็บแต้มกัน (เกมยากง่ะ)

มีเล่นเกมเก็บแต้มกัน (เกมยากง่ะ)

พอคุยกับพี่แกไปซักพัก ก็จู่ๆ มีพี่ผู้หญิงค่ะ ตะโกนเรียกบอกพี่ผู้ชายว่า
อ้าว ยังเหลืออีก 4 ชุดหนิ! แบบว่า ตอนนั้นเราเองได้ยินก็ตกใจมาก
กึ่งๆ ประมาณว่า หูฝาดไปรึป่าวเนี่ยเรา พี่แกบอกว่าลืมดูอีกลังค่ะ
มันยังมีเหลืออยู่!! โอ้ว!!!!! ดีใจอย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะค่ะ แต่พี่แกบอกว่า
ประกาศไปแล้วว่าหมดแล้ว มีหวังโดนรุมประชาทัณฑ์ ฮ่ะๆ ด้วยความที่
พี่แกเห็นเราไปนั่งบ่นอยู่นาน พี่แกเลยบอกว่าให้รีบซื้อซะก่อน
ก็เลยได้มาล่ะคะ ฮิฮิ ดีใจอย่างมากมาย อุตส่าห์ติดตาซะขนาดนี้ บุญช่วยจริงๆ
แล้วก็มีเด็กผู้ชายอีกคนที่อยู่ในห้องนั้นซื้อไปด้วย สุดท้ายก็เหลือสองชุด
ถามพี่แกว่าจะทำยังไง จะเล่นเกม หรือจับฉลากแจกมั้ย
พี่แกก็บอกว่าน้องค้าบ แค่นี้ก็ไม่ได้กำไรแล้ว เง้อ… เข้าใจค่ะๆ
สรุปว่าโค้ดกีอัสภาคแรกนี้จะมีดีวีดีทั้งหมด 9 แผ่นจบ โฮ่..
ส่วนของแถมก็จะประมาณแผ่น 5 แผ่น 7 หรือ 9 เนี่ยแหละจำไม่ค่อยได้
แต่ทุกแผ่นจะแถม Booklet โฮ่ค่อยน่าเก็บหน่อย แต่แปลกค่ะตรงที่พี่เค้าถาม
เรากลับว่า เรื่องนี้มันดังขนาดนั้นเลยหรอ – -” เอ้ย พี่คะ ทำงานขนาดนี้
พี่ไม่รู้มันดังไม่ดังหรอคะ ได้ไงเนี่ย ที่ญี่ปุ่นติดอันดับ 1 เชียวนะ แล้วที่ไทย
จะมีคนติดกันซักกี่คนเชียว นี่ขนาดที่ว่างงานแล้วมางานนี้ได้นะเนี่ย!!
เห็นผู้ใหญ่แก่ๆ บางคนก็ยังมา โหย – -” แล้วพวกต่างจังหวัดอีกล่ะนี่
ส่วนพี่ผู้หญิงบอกว่า พี่เองยังไม่เคยดูเลย -๐-” เฮือก! ความจริงสินะ

พอใกล้หมดเวลาเล่นเกม ไอเราก็ได้ยินว่าถ้าได้สองแต้มก็จะได้แผ่นพับ
(เค้าเรียกไรละหว่า?) ไหนๆ ก็ได้มาหนึ่งแต้มจากซื้อดีวีดี ก็เลยรีบวิ่ง
ออกไปเล่นเกมกะเค้าบ้างดีกว่า แถมคนน้อยลงแล้วด้วย
ก็ไปเล่นด่านของสุกับคาเรนอย่างเดียวค่ะ ต่ออยู่สองรอบกว่าจะผ่านค่ะ ฮ่ะๆ
ได้มา สามแต้ม แลกโมเดลได้เลยนะนั่น แต่ว่าของมันหมดไปแล้ว – -a
ส่วนสี่แต้มก็ได้โมเดลเหมือนกัน แต่ถ้าครบห้าแต้มจะได้ตุ๊กตามีเสียง โอ้
ไม่มีหวังอยู่แล้ว TvT” ก็เลยเอาเป็นว่าแลกแผ่นพับไปละกัน แล้วก็ขอโปสเตอร์
ฝากเมย์ด้วยอีกแผ่นนึง (จบงานมันยังไปดึงของเค้ามาอีกแผ่นละโมบจริง55+)

คาเรนลู่สุ กริ๊ด น่าร๊ากทุกคนเลยย

คาเรนลู่สุ กริ๊ด น่าร๊ากทุกคนเลยย

สุ(สา) น่ารักมิๆ ย่าดูคนข้างๆ จืดในบัดดล

สุ(สา) น่ารักมิๆ อย่าดูคนข้างๆ จืดในบัดดล

ถัดมาก็มีการเล่นเกมบนเวที จับฉลากและก็ประมูลของค่ะ ฮ่ะๆ

งานนี้เราได้แต่ดูยู่ห่างๆ ย่างห่วงๆ ลูลูชคุง เ้ย~

งานนี้เราได้แต่ดูอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ ลูลูชคุง เอ้ย~

ซึ่งไอหมายเลขของเรามันก็ที่ 100 พอดีเด๊ะ โอกาสจะจับโดน น้อยโคตรๆ ค่ะ
ส่วนเมย์ 101 ก็เฉียดไปเฉียดมา เฮ้อ.. เลยได้แต่ยืนดูอยู่ไกลๆ 55+
เด็ดสุดไอตรงประมูลตัวละครเนี่ยแหละ ใครจะได้เอาไปตั้งโชว์อวดที่บ้านกัน
เริ่มจาก สุ รู้สึกจะปิดที่ 500 กว่า ถัดมาคาเรนจบที่ 600 ค่ะ ฮ่ะๆ ส่วน
ไอลูลูชของเรานั้น จบที่ 1000 บาท ค่ะ!!!! โอ้ว บ้านรวย อิจฉาๆ – -”

นู๋ลูลูชขงเดี้ยน ตั้ง1พันบาท!!

นู๋ลูลูชของเดี้ยน ตั้ง1พันบาท!!

แถมก่อนจบงานมีจับฉลากแจก พวกแผ่นป้ายผ้าที่แขวนห้อยกันในงานอีก
มีอยู่สามอัน รวมทั้งที่อยู่บนเวทีอันใหญ่นั่นก็ด้วย – -” สงสัยจริง
ว่ามันจะเอาไปแขวนส่วนไหนของบ้านฟระเนี่ย.. แต่เข้าใจแจกนะ
แบบว่าจบงานนี้คงไม่ได้ใช้อีก เลยแจกผู้เข้าร่วมซะงั้น ไม่ต้องเก็บงานเองด้วย
พวกโปสเตอร์ที่ติดอยู่ตามกำแพงก็บอกใครอยากได้ดึงไปได้เลย โอ้ว!!
พวกพี่ๆ แกกะกลับบ้านแบบไม่ต้องขนไรกลับเลยใช่ป่ะเนี่ย -๐-”
ว่างั้นเราก็ไปดึงโปสเตอร์กะเค้ามาด้วย ฮา~

จบงานก็ออกมาถ่ายรูปคอสเพลย์งานแจแปนเฟสอีก ฮ่ะๆ

กลับมาถ่ายคสเพลย์ีกครา~

กลับมาถ่ายคอสเพลย์อีกครา~

Touhou ใช่ป่าวน้ -๐-"

Touhou ใช่ป่าวน้อ -๐-

มังกรนี่สุดยดมาก - -" สงสารคนแต่งคงหนักน่าดู

มังกรนี่สุดยอดมาก สงสารคนแต่งอ่ะคงหนักน่าดู

เ..นี้เรื่งไรแล้วหว่าคุ้นๆ แต่น่ารัก

เอ..นี้เรื่องไรแล้วหว่าคุ้นๆ แต่น่ารัก

สุดท้ายก็เดินหาข้าวกินแถวนั้นแล้วก้อกลับกันค่ะ แต่กว่าจะกลับก็เกือบ6โมง
เหนื่อยกันสุดๆ ค่ะ เดินกันจนเมื่อยขาแล้วเมื่อยขาอีก
ว่าแล้วก็รายละเอียดอื่นๆ ของวันนี้ไม่ขอเล่าละกัน มาเล่าถึง
Code Geass DVD Limited Edition Box Set กันค่ะ!! ฮ่าๆ 329 บาท ได้..

Box set ที่แคลมป์วาด งามมากกกก

Box set ที่แคลมป์วาด งามมากกกก

Box สำหรับใส่ DVD ทั้ง 9 แผ่น สำหรับซีรี่ย์นี้ค่ะ พี่คนขายแกบอกว่า
แปลกมากที่ทางญี่ปุ่นเค้าอนุญาตให้ใช้ภาพนี้เพราะว่าจริงแล้ว ต้องผ่านหลายกระบวน
กว่าจะได้มาแบบนี้ ไหนต้องค่าลิขสิทธิ์อีก.. แต่นี่แหล่ะค่ะพี่ นู๋ถึงได้ซื้อเก็บไงล่ะคะ!!

สุดเด็ดขงลิมิตชุดนี้ กระเป๋าลูลูช!!

สุดเด็ดของลิมิตชุดนี้ กระเป๋าลูลูช!!

ของล่อตา (สาเหตุที่ซื้อเก็บอย่างที่สอง) คือกระเป๋านี้แหละค่ะ!!
ตอนแรกนึกว่าจะเป็นกระเป๋าบางๆ เหมือนที่เค้าชอบแจกโฆษณาทั่วไป
ที่ไหนได้ มันหนามากค่ะ ดูมีราศีสุดยอดดด จะสะพายไปเรียนทุกวันเลย!!
พี่เค้าก็บอกอีกว่าจริงของแถมส่วนใหญ่ ต้องไปแถมในแผ่น 9 เหมือนญี่ปุ่น
แต่พี่แกเลือกที่จะยัดของแถมแบบลิมิตนี้ในแผ่นแรก กะเรียกลูกค้า
พี่ไม่แถมเยอะขนาดนี้คนก็ซื้อแล้วล่ะค่ะ แต่นี่ก็ดีเหมือนกัน 555+ ชอบๆ

กล่งดีวีดีแผ่น 1 ค่ะ หน้า-หลัง

กล่องดีวีดีแผ่น 1 ค่ะ หน้า-หลัง

ปกเหมือนของญี่ปุ่นเด๊ะเลยค่ะ ปลื้ม หุหุ แผ่นอื่นๆ ก็ด้วยนะ สาธุ~

แผ่นสวยค่ะ ชบโฮก

แผ่นสวยค่ะ ชอบ~ โฮก~~

แต่ว่าแผ่น 1 นี้มีแค่ตอนเดียวเองอ่ะ – -” แต่มี Picture Drama มาด้วยตอนนึง
ส่วนเสียงพากย์ไทยขอไม่วิจารณ์ค่ะ เดี๋ยวมันจะยาว ฮา~ เอาเป็นว่าเราก็ยังคงชอบ
เสียงพากย์แบบญี่ปุ่นเช่นเดิม ส่วนทางซ้ายมือนั้นมันคือ Booklet ขอแผ่นนี้ค่ะ
ภายในก็จะมีพวก.. รายละเอียดตอน คาแรคเตอร์ บทสัมภาษณ์ ฯลฯ

ภายใน Booklet เล่มแรกนี้

ภายใน Booklet เล่มแรกนี้

ปกในขงกล่ง งามมากกก

ปกในของกล่อง งามมากกก

ันนี้เป็นภาพจากใน Sketch บุ๊คค่ะ

อันนี้เป็นภาพจากใน Sketch บุ๊คค่ะ

เป็นสมุดภาพสเก็ตที่แคลมป์เป็นคนสเก็ตค่ะ งามมากโฮก โดยเฉพาะนู๋
ลู่ ดูโชตะมากมาย ฮ่าๆ ส่วนป้าที่แคลมป์สเก็ตนี่ดูนิ่งมาก แบบว่าเป็น
เอกลักษณ์ของแคลมป์เห็นๆ เลยค่ะ หุหุ

โปสการ์ดค่ะ 10 แผ่น งามมากก

โปสการ์ดค่ะ 10 แผ่น งามมากก

สุดท้ายก็เป็นโปสการ์ดภาพจาก ED งามหลายๆ ค่ะ อ้อพี่เค้าบอกอีกด้วยว่า
ช่วงแผ่นที่ 7 แหละมั้ง จะแถมโปสการ์ด ED ชุดที่สองด้วยค่ะ ฮุๆ
ตอนแรกว่าอาจจะซื้อเก็บแค่แผ่นแรกแผ่นเดียว มีแววว่าต้องซื้อ
ติดตามเก็บไปเรื่อยๆ แล้วแฮะ แต่พี่คะ น่าจะออกเดือนละแผ่นนะ
เห็นตารางวางแผนแล้วออกเดือนละสองแผ่นเลยนินา ตังค์ช้าน~~~

และแล้วก็ขอจรลีล่ะ ไม่ไหวแล้ว ง่วงจัด

Advertisements

คุณจะคิดได้เท่าที่เห็น

ฮ่ะๆ วันนี้เรียกได้ว่าเป็นอีกก้าวนึงของชีวิตก็ว่าได้ ว่าแล้วก็เริ่มจากต้นเรื่อง

เมื่อคืนหลับสบายมากค่ะ แบบว่าหัวถึงหมอนก็หลับลืมไปเลย
จนสะดุ้งตื่นตอนเช้า เพราะนึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานไม่ได้ตั้งนาฬิกาปลุก
พอดูเวลาก็พึ่ง 8 โมงกว่าๆ เลยกะขอนอนอีกซักยี่สิบนาที
หยิบมือถือมาตั้งปลุกเอาไว้ แล้วนอนต่อค่ะ ก็มันน่านอนจริงๆ น๊า
พอรู้สึกตัวอีกที เอ้ย ตะกี้เหมือนเรากดมือถือตัดปลุกไปแล้วนินา =o=’
พอคว้ามาดูก็ เฮือก 9 โมงแล้ว (มันเร็วกว่าเวลาจริงอยู่ประมาณ 10 กว่านาที)
ไม่รู้จะโทษตัวเองยัังไง ตั้งปลุกเองยังเผลอไปกดปิดเองอีก – -”
เลยรีบรุดไปอาบน้ำอย่างรวดเร็วค่ะ ฮ่ะๆ

พอมาถึงห้องเรียนปรากฎว่าอาจารย์ยังไม่มา (มันก็ปกติของทุกวันอยู่แล้ว)
ที่รีบไม่ใช่เพราะอะไรหรอกค่ะ กะจะแอบโหลดการ์ตูนในห้องอีกน่ะสิ ฮ่ะๆ
วันที่มีเรียนแล็บคอมมีอยู่สองวันเอง ดังนั้นต้องใช้ให้คุ้ม ฮึ่ม!
วันนี้โหลดเรื่องคามิชูไป 3 ตอนค่ะ (แค่นี้แฮนดี้ไดร์ฟก็จุไม่หมดแล้ว ฮา~
สงสัยคงต้องซื้อแบบ 4 Gb ไว้กะเตรียมโหลดเต็มที่เลยนะนั่น ฮ่ะๆ)

เรียนซาวน์ตอนเช้า อาจารย์หมูมาแปลกค่ะ เพราะแต่งตัวเนี้ยบมากกว่าทุกวันเลย
ดูดีกว่าครั้งแรกมากเลยล่ะค่ะจารย์ ฮ่ะๆ (แต่จารย์พี่โบ๊ทก็ยังไม่มาเช่นเคย)
วันนี้เรียนซาวน์อย่างกับ เรียนวิชาปรัชญา หรือจิตวิทยา หรือครีเอทีฟไรงั้นเลยล่ะ
เพราะจารย์หมูสอนเรื่องการคิดให้ลึกกว่าคนทั่วๆ ไปค่ะ เรียกว่าได้ข้อคิดใหม่ๆ เพียบ
ทำนองที่ว่า

“ศิลปินที่ดีนั้น เห็นอะไรก็ต้องตีความ สามารถมองเห็นในสิ่งที่ปกปิด
หรือสิ่งที่ซ้อนเร้น และสามารถนำมันมาเป็นศิลปะได้”

โอ้ว ล้ำลึกมากจริงๆ ค่ะ แล้วก็อีกข้อคิดนึงค่ะ

“คุณไม่อาจเอาอดีตของคุณไปเปรียบเทียบกับคนอื่นได้”

มันก็จริงค่ะ อดีตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน อาจจะเจอสถานการณ์เดียวกัน
แต่ภูมิหลังของแต่ละคนยังไงก็ไม่เหมือนกัน เพราะงั้นเราไม่อาจเปรียบเทียบกันได้ค่ะ
และก็อีกคำค่ะ คำเดิมๆ แต่ชอบจริงๆ

“คุณจะคิดได้เท่าที่เห็น”

เรียกได้เลยค่ะว่า อาจารย์หมูเป็นศิลปินและเป็นอาจารย์ที่เก่งจริงๆ จารย์มักจะพูดว่า
ผมสามารถทำเสียงให้คนฟัง หัวเราะและร้องไห้ได้ ภายในเสียง 1 นาที แล้วคุณล่ะ
ทำอนิเมชั่นให้คนหัวเราะและร้องไห้ได้ภายใน 1 นาทีหรือป่าว หุหุ ถึงจารย์จะไม่เคย
ทำให้ดู แต่ก็เชื่อค่ะว่าจารย์ทำได้จริงๆ เพราะดูแล้วรู้ได้เลยว่าจารย์แกผ่านอะไรมาเยอะ
มากมาย มากกว่าที่พวกเราจะคาดคิดถึงก็เป็นได้ แล้วแกมักจะพูดว่าคุณน่ะ ต้องรีบหา
ประสบการณ์ไว้ให้เยอะๆ อะไรที่ไม่เคยก็ไปลองซะ ที่ไหนไม่เคยไปก็ไปซะ
ไม่เคยรักใครก็รักซะ ไม่เคยอกหักก็ลองอกหักซะ ฮ่ะๆ จารย์ชอบพูดเหมือนเป็นเรื่องง่าย
เลยแฮะ แต่จริงๆ แล้วลึกกว่าที่คิดนะนั่น ประมาณว่า ต้องลองเจอกับตัวเองเท่านั้น
เราถึงจะรู้จักกับมันได้อย่างถ่องแท้ ยิ่งศิลปินแล้วจะต้องมองเห็นมากกว่าคนทั่วไป
แล้วนำสิ่งนั้นออกมาถ่ายทอดให้คนทั่วไปได้รับรู้ มันก็จริงค่ะ ยอมรับ >..<b
แล้วก็ฮาตรงที่จารย์บอกว่า ให้ไปขอเงินพ่อแม่แล้วบอกว่า “จะไปเปิดจิตและวิญาณ!!”
ก็คือไปเที่ยวที่ๆ ไม่เคยไปน่ะค่ะ ฮ่ะๆ สงสัยถ้าพูดกับพ่อแม่อย่างนั้นจริงๆ มีหวังโดนลูกถีบค่ะ

อาจารย์หมูก็ยังแนะนำว่า “ให้ดูทีวี ดูข่าวสาร อ่านหนังสือ ทำอะไรที่หาความรู้ใหม่ๆ
ใส่ตัว ให้ทำเยอะๆ เข้าไว้ แล้วคุณก็จะรู้ทุกอย่าง แล้วพอคุณจบไปคุณก็จะเป็น “บ้า!!”
ชะอ้าวเฮ้ย -๐-” เหล่านักศึกษา ก็ฮาแบบงงๆ กันไปล่ะค่ะ จารย์หมูมักจะเป็นแบบนี้เสมอๆ
แบบว่าพูดให้เด็กคิด แล้วบางทีเผลอแอบเครียด จารย์แกก็จะแทรกมุกให้เด็กฮากัน
เรียนแล้วก็ไม่เคยเบื่อเลยล่ะค่ะ อยากเรียนกับจารย์อีกจัง ปีสามจารย์จะสอนอีกมั้ยคะ ฮา~

ตอนบ่ายวันนี้เรียนเขียนบทค่ะ โดนจารย์ติเรื่องสตอรี่บอร์ดกันเป็นแถบๆ
แบบว่า จารย์คะนู๋ก็ไม่อยากติการสอนของจารย์นะ จารย์ใจดี แต่บางทีก็ใจดีเกินอ่ะ
แล้วยิ่งถ้าเรียนจบวิชานี้ไป ยังเขียนสตอรี่บอร์ดไม่ได้กันล่ะก็ วิชานี้มีหวังโดนยับแน่ค่ะ ฮ่ะๆ
รวมทั้งตัวจารย์เองด้วยนั่นแหละ – -” วันนี้จารย์ให้เอาคำ 15 คำที่คิดกันเล่นๆ คราวที่แ้ล้ว
มาแต่งเป็นเรื่องราวค่ะ ได้แก่คำว่า ตด บอยแบนด์ อาจารย์ นาฬิกา เสี่ยว สะบึม
เปรต แว๊นสก๊อย หม้อ กาก บุฟเฟ่ต์ กระบือ ชิวล์ๆ รถถัง เซ้าซี้
ซึ่งคำส่วนใหญ่แล้วพวกผู้ชายจะคิดกัน นี่ดีแล้วนะเนี่ย อีกกลุ่มเห็นว่าได้แต่คำใต้สะดือทั้งนั้น
น่าสงสารจริงๆ แต่ว่าเขียนบทวันนี้สนุกมากค่ะ แบบว่าเขียนเองสนุกเอง เป็นครั้งแรกที่เอาคำ
มาแต่งเป็นเรื่องราวแล้วรู้สึกสนุกกับมันเป็นครั้งแรก ฮ่ะๆ แถมแต่งได้ออกแนวหลอนๆ ด้วย
ประมาณว่าพึ่งมารู้สึกตัวเองว่าชอบแต่งเรื่องในแนวด้านดีเกินไป จนมันชืดไปหน่อยแฮะ
ถ้าได้คืนมาจะลองมาพิมพ์ให้อ่านกันขำๆ ดูค่ะ ฮ่ะๆ

พอเลิกเรียนก็เอาของไปเก็บแล้วไปห้องสมุดกับนู๋เมย์ค่ะ ได้หนังมาสองเรื่อง Jumanji
กับเรื่อง คืนมหัศจรรย์ พิพิธภัณฑ์มันส์ทะลุโลก แบบว่ามันออกนานแล้ว แต่ยังไม่ได้ดูเลย
แถมทั้งสองเรื่องออกแนวแฟนตาซีผจญภัยหลุดโลกด้วย ฮ่ะๆ เสาร์อาทิตย์นี้คงระทึก
ทั้งหนังทั้งงาน(T_T) น่าดู หุหุ

ตอนเย็นที่ไปมะกันก็เห็น mzero ออกเล่มใหม่อีกแล้วอ่ะ =__=’ แสดงว่าเราทายถูกสินะ
แต่มันก็มาออกในสัปดาห์ให้หลัง เพราะก่อนหน้านี้ เรื่องนี้ออกติดต่อกันทุกสัปดาห์เลยค่ะ
แบบว่าเมย์มันเก็บก็บ่นเรื่องตังค์อยู่ประจำ ฮ่ะๆ แล้วพอมีอยู่ครั้งนึงเราก็บอกไปว่า
เชื่อมะ สัปดาห์หน้าไม่ออกแล้วแน่ๆ เพราะมันออกติดกันเร็วเกินไปแล้ว แล้วมันก็เป็นจริงค่ะ
ผ่านไปเกือบเดือนได้มั้งคะ มันก็ออกเล่มใหม่อีกแล้ว เป็นการ์ตูนที่ยอดจริงๆ ออกเร็วมากก
ในบรรดาทุกเรื่องเลย – -a ที่รู้จักมา ไอเราก็ได้แค่เรื่องกินทามะ กับฮันนี่โคลฟเวอร์มาอ่าน

พอกลับมาที่หอแม่ก็โทรมาค่ะ แม่ถามเรื่องเดินขบวน เอ่อ.. แม่คะนู๋จะไปเดินกะเค้าทำไมกัน
ปกติเราก็ไม่สนเรื่องการเมืองอยู่แล้ว น่ารำคาญไงชอบกลก็ไม่รู้นะ แบบว่ามีปัญหากันนัก
ก็เอาปืนแลกกันยิงแบบคาวบอยไปเลยเป็นไง ตายๆ ไปได้ไม่ต้องขุดมาพูดกันให้มากความ
แถมเท่ห์แบบลูกผู้ชายด้วย ฮ่วย! แต่พอมานั่งดูข่าว(เพราะพี่เมทเปิดทีวี) ก็รู้สึกว่ามันเครียดๆ
แต่ดูไว้ก็ไม่เสียหายค่ะ ดูมากได้มาก แบบจารย์หมูว่า ก็เลยดูๆ รู้สึกว่าประเทศเรากำลังจะ..
มาถึงจุดไคลแมกซ์แล้วรึ -__-a ทำไมมีปัญหากันนักล่ะ นายกพวกท่านก็เลือกกันมา
มิใช่หรอคะ แล้วพอเป็นแบบนี้จะมาโวยวายอะไรทำไมกัน ง่ายนิดเดียว ล้างระบบเล้ย
ประชาธิปไตยน่ะ ล้าไปแล้วล่ะสำหรับคนยุคใหม่นี้ พูดจริงๆ เลยนะเนี่ย – -a แบบว่าตั้งชื่อ
ใหม่คิดระบบใหม่กันเลยดีกว่า แบบว่าเอาให้ทันเล่ห์คน ให้มีเสรีภาพกันแบบไม่ขัดคอใคร
คนเราหนอ ทำเองแต่ไม่ค่อยยอมรับ พอถึงเวลามีปัญหาก็โบ๊ยไปให้อย่างอื่นซะ
มนุษย์หนอ ทะเลาะกันได้เป็นวักเป็นเวน รู้อะไรมั้ยคะ เค้ากล่าวกันไว้ว่า

“คนเราเวลาทะเลาะกันน่ะ รู้มั้ยใครผิด มันก็ผิดด้วยกันทั้งคู่นั่นแหละ!! ลองคิดดูให้ดี
มันจะมีไอบ้าตัวไหนที่ทะเลาะอยู่คนเดียวได้นานบ้างล่ะ? เพราะผิดกันทั้งคู่
แต่กลับไม่ยอมมองข้อผิดของตัวเอง มัวแต่จ้องจะจับผิดข้อผิดของคนอื่น มันก็เลย
เป็นอย่างที่เห็นกันทุกวันนี้ไงล่ะ!! ก่อนจะทำอะไรหัดคิดถึงตัวเองและคนรอบข้างไว้บ้าง!!”

บางทีก็รู้ึสึกว่าอยากตะโกนร้องบอกโลกแบบนี้ ว่าหยุดซักทีเถอะ อำนาจน่ะ
คนทุกคนก็เป็นคนเหมือนกัน ลองซักวันนึงไม่มีทั้งอำนาจไม่มีเงินดูสิ แล้วคุณจะเหลืออะไร
หัดมานั่งแบบคนสามัญชนคนธรรมดา แล้วพูดคุยกันอย่างสันติดู มันยากนักหรอ
แค่จะลดทิฐิของตนลงบ้าง หันหน้าเข้าหากัน มองตา และสื่อสิ่งที่อยากจะถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูด
มันยากนักหรอไงกันคะ โอ้ประเทศ! การใช้กำลังก็ไม่ได้ช่วยให้คนตาสว่างขึ้นหรอกนะคะ
(การพิมพ์ครั้งนี้จะเสี่ยงคุกไหมเนี่ย แต่มันอึดอัดมานานแล้วน่ะนะ เอาเถอะ ศิลปินกล้าได้กล้าเสีย)

พูดถึงเรื่องบ้านเมืองแบบนี้แล้วพลอยเครียดแฮะ คนเราจะมีชีวิตอยู่ได้อีกนานแค่ไหน
ก็ไม่มีใครรู้ได้ แทนที่จะทำในสิ่งที่ทำได้ เพื่อตัวเองและเพื่อคนอื่นๆ ให้มีความสุข
มีรอยยิ้มบนใบหน้า อย่างที่ได้ชื่อกันว่า Land of Smile จะมีมั้ยนะซักวัน
แต่เอาเป็นว่า เราจะไม่ขอเครียดค่ะ คิดไปก็ไม่ได้อะไร ไม่ใช่ว่าไม่ทำอะไรเลยนะ
แต่ทำไปมันก็เป็นเรื่องของแต่ละคนเค้า ถ้าอยากให้เราช่วยประเทศละก็นะคะ
ขอจับตัวปัญหาทั้งหลาย มานั่ง พูดคุยกับดิฉันต่อหน้าเลยได้มั้ยคะ อยากจะพูดเทศน์เหลือเกิน
คุณมองเห็นใครกันบ้างในแววตาคุณ ตัวคุณเอง หรือ ครอบครัว หรือประเทศชาติ?
ประเทศชาติ เป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตนอยู่แล้วค่ะ มันเป็นเพียงสิ่งที่เรายึดมั่นไว้เท่านั้น
ขอเพียงแค่เราทำสิ่งที่เราคิดว่ามันดีที่สุด ภายใต้หน้าที่ของเราก็พอแล้ว
ถ้าทุกคนคิดได้แบบนี้แล้วประเทศจะล่มจมก็ให้มันรู้กันไป “รู้จักหน้าที่” น่ะค่ะ ทำกันได้มั้ย?

เราไม่ขอเข้าข้างใครค่ะ เพราะเราก็เป็นเพียงมนุษยชนคนธรรมดาเพียงคนนึง
คนที่เรารักก็มีแค่ พ่อแม่พี่น้อง ครอบครัว เหล่าเพื่อนฝูงที่แสนดี ญาติมิตรสหายก็พอแล้ว
จะให้มาแบกรับรักทั้งประเทศชาติคงไม่ไหวหรอกค่ะ เราก็เป็นตัวของเรา ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
และตอบแทนคุณของแผ่นดินที่เราได้อาศัยอยู่ พ่อแม่ผู้ให้กำเนิด ก็เพียงพอแล้ว

แต่บางทีก็แอบคิดนะคะ ว่า ถ้ามันเรื่องมากกันนัก ก็ตายๆ กันไปให้หมด พอตายไปแล้ว
คนที่อยู่ก็ไม่ต้องไปพูดถึงอีกแล้ว เพราะพูดถึงไปก็ไม่ได้เกิดอะไรขึ้นมา คนตายไปก็แล้วต่อกัน
ปัญหามันก็จบ แต่มันเป็นวิธีคว่ำบาตรจริงๆ ค่ะ ฮ่ะๆ แต่บางทีมันก็เป็นทางออกที่ดีแต่ไม่อยาก
ให้มันเกิดหรอกค่ะ เพราะคนไม่สมควรที่จะฆ่าคนด้วยกันเอง เพราะอะไรน่ะหรอคะ
ทีคนยังฆ่าสัตว์ได้ตั้งมากมาย แต่ทำไมถึงฆ่าคนไม่ได้ นั่นก็เพราะว่า “จะมีคนที่เสียใจ” ยังไงล่ะคะ

เอาล่ะ วันนี้พร่ำบ่นไปมากแล้ว พรุ่งนี้จะไปงานโค้ดกีอัสค่ะ ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงบ้าง
แต่ก็จะเก็บภาพบรรยากาศมาฝากกันค่ะ ชีวิตเราต้องสู้ค่ะ ขอแค่เชื่อมั่นทุกอย่างก็เป็นไปได้

I Wanna Go To A Place… – Rie Fu

Title : I Wanna Go To A Place…
Vocals : Rie fu
Anime :
Gundam SEED DESTINY ED3

————————————————

I wanna go to a place where I can say
That I’m all right and I’m staying there with you
I wanna know if there could be anyway
That there’s no fight, and I’m safe and sound with you

* And every time I look, I thought you were there.
But it was just my imagination
I don’t see it anymore cause I see thru you now

ima demo kidzukanai deshou kono shizuka na sora ni
itsu demo omoidasu kedo mou doko ni mo modorenai

soshite zutto kokoro de samete sotto kidzuite
itsuka kitto yasashisa miete kuru you ni

What’s stopping me? I get stuck again
Is it really OK? It’s never OK for me
What’s got into me? I get lost again
Is it really OK? It’s never going to be
going to be

soshite motto sagashite me no mae ni kidzuite
asu wa kitto kazamuki mo kawaru you ni
kaze ga sotto sasayaku ugomeku no wa kono daichi
mayowanaide yasashisa miete kuru you ni

* repeat

I wanna go to a place where I can say
That I’m all right and I’m staying there with you

————————————————

Comment :
เพลงนี้เป็นเพลงที่ชอบมากๆ เพลงนึงค่ะ จำได้ว่าครั้งนึงที่เคยไปเที่ยว
แล้วตอนที่กำลังนั่งรถแล้วมองข้างทางไปเรื่อยๆ นั้น เพลงนี้ก็ดังขึ้นมาค่ะ
เพราะเปิดแบบสุ่ม แล้วภาพทิวทัศน์สองข้างทางนั้นก็เต็มไปด้วยป่าเขาค่ะ
พอได้ฟังเพลงนี้ด้วยแล้ว รู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ ค่ะ
เหมือนกับว่าจะไปได้ทุกที่ เป็นเพลงสบายๆ เพลงนึงที่อยากให้ลองฟังกันดูค่ะ ^^
ส่วนคำแปลเพลงนี้ไม่มีนะจ๊ะ แต่ถ้าว่างๆ จะแปลให้ (มีหวังภาษาวิบัติแน่เลยแฮะ)
ปล. หา mv ไม่ได้แฮะ เมื่อก่อนเคยมี แต่ในยูทูบหาไม่เจอ T_T

ไว้อาลัยมิเชลคุง

มังกรบิน กับ ฉากแก้(น้ำ)ใหม่

มังกรบิน กับ ฉากแก้(น้ำ)ใหม่

มันก็ไม่ได้ดูดีกว่าเดิมซักเท่าไหร่แฮะ 555+
ว่าแต่คงไม่ได้มีคนสงสัยกะไอมังกรสีม่วงนี้หรอกนะ ‘ทำไมมันต้องม่วงเนี่ย’
จะบอกอะไรเป็นนัยๆ กระมังคะ ฮ่าๆๆ

วันนี้ช่างแปลกไปจากเมื่อวานซะเหลือเกิน วันนี้สดชื่นแจ่มใสดีค่ะ ฮ่ะๆ
เมื่อวานอย่างกับเมฆหมอก สงสัยคงเพราะตอนเช้าได้ตื่นไปใส่บาตรด้วยล่ะมั้ง
ก็เลยรู้สึกดีๆ ขึ้นมาบ้าง ตอนเช้ามีเรียนแฟลชค่ะ วันนี้จารย์โน๊ตสอนทำปุ่ม
ไปเฟรมหน้า-หลัง มันก็ไม่ค่อยยากเท่าไหร่อ่ะ แต่ชอบตรงที่ทำเม้าส์เองได้
หุหุ อันนี้สิน่าสน จริงๆ ถ้าเอาที่จารย์สอนๆ ทั้งหมด มาทำรวมเป็น Portfolio
ก็คงไม่เลวดีเหมือนกัน ฮ่ะๆ สัปดาห์หน้าต้องไรท์งานที่ทำทั้งหมดส่งให้จารย์

โอ๊ะใช่ค่ะ เรียนมาจนเกือบจะจบเทอมอยู่แล้ว พึ่งมาสำนึกแอบโหลดการ์ตูน
ในห้องได้ก็วันนี้ ไม่ใช่สำนึกผิดที่แอบโหลดนะ สำนึกได้ว่าเน็ตมันเร็วโหลดได้ 55+
วันนี้ก็เลยโหลดกันยกใหญ่ค่ะ ได้มาสามเรื่อง มาครอส นาบาริ สเปเชียลเอ
หุหุ คราวหน้าอยากขนฮาร์ดดิสไปต่อ แต่ก็รู้ๆ อยู่ว่าไวรัสแล็บคอม
ยิ่งกว่ารังไอมดแดงซะอีก 555+ เพียบ เป็นล้านตัว แค่แฟลชไดร์ฟยังพอทน
แต่ถ้าเล่นทั้งฮาร์ดดิสด้วยนี่ไม่ไหวน่อ

ตอนบ่ายเรียนไทยค่ะ จากตอนแรกๆ ที่เคยรู้สึกไม่ชอบอาจารย์เอาซะมากๆ
จนต้องเนรเทศตัวเองไปนั่งหน้าๆ เพื่อไม่ให้ถูกมองข้าม จนตอนนี้กลายเป็นว่า
อาจารย์ดูจะเอาใจใส่เรากับนู๋เมย์มากกว่าแต่ก่อนอีก คงเพราะสงสารที่เราสองคน
ต้องมานั่งเรียนกับไอพวกเด็กวิทยาลัยดนตรีด้วยมั้ง ฮ่าๆ แต่จารย์จริงๆ แล้วใจดีค่ะ

เลิกเรียนก็ไปเดินพลาซ่า บางทีก็อยากซื้ออะไรหลายๆ อย่างนะ
แต่ไม่ได้ๆ ตังค์จะไม่มีอยู่แล้ว นี่ก็ใกล้จะสิ้นเดือนแล้ว ต้องอดทน T_T
เพื่อนู๋ลูลูชคุง เฮ้อ อดข้าวได้นี่อดเพื่อแกแล้วนะลู่ แต่นี่ไม่ไหวแฮะ กินมาก่อน 55+
อีก 2 วันๆ ตื่นเต้น คงไปเดินคิโนะด้วยเลย มีหวังเสาร์นี้แกลบเรียกแม่แน่

ตอนเย็นลองขุดเอาโน๊ตบุ๊คที่ไม่ได้เปิดมาชาติกว่ามาลองเล่นดู
กะจะต่อเน็ต ไหงไวเลสไม่ติดฟระเนี่ย T_T ไว้โหลดการ์ตูนที่แล็บก็ได้ฟระ
แถมตอนเปิดกว่าจะบู๊ตเข้าวินโดว์ปาไปชาติกว่าได้ แบบว่ารู้สึกเกินทน
แต่ว่านี่มันโน๊ตบุ๊คเก่าของแม่อ่ะ TvT ไม่รู้จะทำไงเหมือนกัน ถามว่าใช้ได้มั้ย
ก็ใช้ได้อ่ะนะ มันช้า + ทำท่าจะค้างหลายรอบ เปิดคอมทีปาไปเกือบ 40 นาที
เฮ้อ ชีวิตหนอ สงสัยรอไว้ทำงานหาตังค์ได้คงไปถอยมาใช้เองซักเครื่อง

ความใจดีของคนเรามันก็มีหลายแบบ
บางทีสิ่งที่คิดว่าเค้าร้ายกับเรา
แต่นั่นอาจเป็นความใจดีของเค้าที่มีต่อเราแบบหนึ่งก็เป็นได้

วันนี้ก็ได้ดูมาครอสตอนที่ 20 ซะที -_-a เจอไอจุดที่มีคนจับผิดด้วย
เห็นจะๆ ตำแหน่งเชอริล มันดันลงสีผิดเป็นรันกะ พระเจ้าช่วย
เป็นเราดูก็เห็นกระแทกตาจังๆ เลย ไม่แปลกที่จะมีคนจับผิดมาแม้เป็นจุดเล็กๆ
แต่ดูตอนนี้แล้วคะแนนรันกะลดฮวบนิดนึง แบบว่าทำไมกลายเป็นงี้ไปซะแล้วล่ะ
กลับกัน คะแนนเชอริลพุ่งเลยตอนนี้ แบบว่าดูกล้าหาญมาก ตบหน้ารันกะด้วย ฮุ่ย
ทั้งๆ ที่อีกไม่นานหล่อนก็จะต้องตาย แต่ยังเข้มแข็งได้ขนาดนี้ สุโก๊ยมากค่ะ >..<b
แต่ฮาอยู่ตรงนึง ไม่รู้ว่าคำแปลจริงๆ มาแบบนี้รึป่าว แต่อ่านแล้วแบบพิลึกดีแฮะ
เชอริลพูดว่า “รันกะจัง ถ้าเธอเป็นนักร้องแห่งความหวังแล้วละก็…
งั้นชั้นจะร้องเพลงแห่งความสิ้นหวังนี้เอง” (ชะอ้าว เป็นงั้นไป ตอนอ่านแทบตกเก้าอี้55+)
แต่ว่าตอนนี้มิเชลเดี้ยงง่าาา ไม่น๊าาา สงสารคุรันมากมาย อุตส่าห์ได้บอกรักทั้งที
มันก็ดันตายซะงั้น สงสัยคงได้ไปเป็นคู่รักกันบนสวรรค์ ฮา~ (แฟนๆ คู่นี้รุมตึ้บ เอิ๊ก)
ไออัลโต้เนี่ยแบบว่าเป็นพระเอกที่ไร้เดียงสาซะจริง รักใครชอบใครก็แสดงออก
แบบไม่ค่อยเต็มที่ดูลังเลชอบกล ไม่ชอบมันเลยแฮะ =o= สงสารคุณผู้หญิงทั้งสองจริง
แถมยังเป็นพระเอกที่หน้าตาสวยกว่านางเอกอีก 555+ แต่ในใจชอบเบรร่าวุ้ย กร๊าก
ตอนหน้า ทำไมมันดูไม่เข้ากับตอนที่กำลังดูเรยฟระเนี่ย แบบว่าตอนนี้อย่างกับ
เป็นโลกโดนเอเลี่ยนบุก แต่พอตอนหน้าดันกลับเข้าสู่ความสงบสุขได้ เพราะอะไรกันเนี่ย
หรือเพราะการเสียสละของมิเชลรึ (ฮา~ จะเป็นงั้นได้ไง) แต่ว่าตอนนี้เบรร่าเท่ห์มาก โฮก
และตอนหน้ามีหวังคุรันคงจะออกไปล้างบางแน่ๆ ดูจากสายตาเธอจากตัวอย่างตอนต่อไป
อำลาวาจูร่ากันได้เลย (หรือจะอำลาคุรันดีล่ะเนี่ย เฮ้อ เศร้า)

อ้อใช่ค่ะ ซึบาสะเล่ม 12 ก็พึ่งออกใหม่ เลยยืมมาอ่าน เพราะพรุ่งนี้ไม่มีงานส่ง
ขอพักซักวันละกัน กินทามะก็ออกเล่ม 16 แล้ว เง้อ งั้นก็ต้องคิดตังเพิ่มน่ะสิ ToT
ว่าแล้วก็ไสหัวไปอ่านดีกว่า ฮ่ะๆ

Why so serious?

ไม่ได้อัพมาวันสองวัน ฮ่ะๆ (มั่ววันแล้ว)
ช่วงนี้รู้สึกว่าตัวเองเครียดและก็ขี้โมโหง่ายมากๆ
แบบว่าอย่ามาเดินขวางหูขวางตานะ ฮึ่ม อารมณ์หงุดหงิดก็พุ่งกระฉูด
ไหนจะเรื่องงาน เรื่องเรียน เรื่องบุคคลอีก สารพัด

เรื่องงานเนี่ย ก็ช่วงนี้ถึงเคลียร์สัปดาห์ต่อสัปดาห์ แต่มันก็ยังได้
งานเพิ่มมาเรื่อยๆ ไม่หยุดอยู่ดี เริ่มรำคาญ =__= อยากให้ถึงซัมเมอร์จิงวุ้ย
รักซัมเมอร์ที่สุดเลย ช่วงเวลาปลอดงาน เฮ้อ..

[โหมดโหด+ระบายอารมณ์ คำเตือน:คำอาจรุนแรงไปนิดส์]
วันนี้ก็พึ่งรายงานดนตรีไป แบบว่าเรื่องนี้ขอบ่นซักเรื่องเถอะ
ทนไม่ไหวแล้วจริงๆ เป็นเรื่องที่พาหงุดหงิดที่สุดในบรรดาทุกเรื่องแล้ว
เนื่องจากอาจารย์สั่งให้ทำรายงานดนตรีไทยเป็นกลุ่ม แล้วกลุ่มเรามีด้วยกัน
5 ชีพ เรา กับตูน และบรรดาพี่นิเทศอีก 3 คน ซึ่งรายงานและพาวเวอร์พ้อย
ทั้งหมด เราเป็นคนทำหมดเลย พวกพี่แกหาเนื้อหามาให้ ไม่ใช่ตรงเลยเว้ย
แถมเนื้อหาก็ผิดอีก แถมไวรัสจากแฟลชไดร์ฟอีก (แต่เครื่องเราลบได้เหอะๆ)
อย่างหงุดหงิดมากล่ะเพคะ ปริ้นงานปก สัน เราต้องเป็นคนจัดการเองหมดเลย
พี่แกนั่งสบายๆ ไม่ต้องทำอะไร เซ็งค่ะ!! หมดกับค่ารายงานก็ปาไป 55 บาท
จริงๆ มากกว่านั้นอีก เพราะเราออกกระดาษเองด้วย แล้วพอเอารายงานไปให้
พี่ๆ แกดู พี่แกถามว่าเท่าไหร่ ไอเราก็ลืมหาร 4 (กะว่าเราไม่ต้องออก ก็ทำแล้วหนิ)
เลยบอกไปว่า 55 บาท พี่แกก็ว่า กลุ่มเรามีกี่คนนะ 5 คน หาร 5 ก็คนละ 10
กว่าบาท แล้วสรุปพี่แกก็จ่ายคนละ 10 บาท (มันสิบกว่าบาทตรงไหนฟระแมร่ง)
ตกเลขกันหรือไงคะพวกพี่ๆ ไม่อยากว่าหรอกนะ แค่หารเลข 55 หาร 5
เด็กอนุบาลยังหารได้เลยเฟ้ย -*- สรุปเราได้ตังคืนมา 30 จาก 55
ไอเราก็ไม่อยากพูดไรมาก เพราะตอนนั้น 3 ต่อ 1 ไอตูนหาย เลยขาดพรรคพวก
เซ็งโคตรๆๆ อยากไปลุกฮือประท้วงจริงวุ้ย แล้วพอตอนเตรียมก่อนออกไปรายงาน
ยิ่งทำให้ทราบประสิทธิภาพของพวกพี่ๆ แก ว่า ไอคิวจะถึง 100 รึป่าววะ
แค่โน๊ตบุ๊คของตัวเองแท้ๆ ยังใช้ไม่ค่อยถูกเลย เวรกรรมจริงเล้ย
เรียก Winamp ว่า Winzip ไม่ได้หูฝาดนะเฟ้ย ตอนฟังยังงง+ตกใจเลย อ่านไปได้ไง
เรียก WindowMediaPlayer ว่า WinXP ……… อยากจะด่าว่า xว_ย จริงวุ้ย
ตอนรายงานเราให้พี่แกคนนึงอ่าน อยากจะถามเหลือเกินว่า พี่ๆ แกเรียนนิเทศ
เอกประชาสัมพันธ์จริงหรือป่าวเนี่ย -*- แค่อ่านข้อความในสไลด์ยังผิดๆ ถูกๆ
แถมไม่มีเซ้นส์ในการรายงานด้วย ถ้าเราเป็นอาจารย์คงไล่ออกไปแล้ว ไม่ใช่ว่าอะไรนะ
ก็รู้ว่าไม่ได้เตรียมพึ่งมาอ่านกันสดๆ แต่มันก็ต้องมีเซ้นส์ในการอ่านกันบ้าง
แต่นี่อะไร ไม่รู้เรื่องเล้ย น่าไล่ออกชิบ -*- แถมวันนี้ตอนเรียนไอตูนมันก็ไม่มาอีกค่ะ
ทั้งๆ ที่ีตอนโทรไปหามัน มันบอกเออๆ พึ่งอาบน้ำเสร็จ อาจไปช้านิดส์
อาบน้ำบ้าไรวะ ได้ยินเสียงโคตรงัวเงีย แถมสุดท้ายมันก็ไม่มา ช้านิดส์บ้านมันดิ
สงสัยถ้่านัดไปเที่ยวมันคงตกรถไปแล้วไอบ้า -*- ขอว่าซักทีเถอะ ไม่ชอบคนโกหก
มาไม่ได้ก็บอกสิ แบบว่าไม่ไหวก็บอก แต่นี่บอกจะมาแล้วไม่มา -*-

[เข้าสู่โหมดปกติ ระบายออกไปหมดแล้ว]
ตอนบ่ายก็เรียนสต็อปโมชั่นค่ะ คราวนี้จารย์สั่งงานให้เขียนบท 3 เรื่อง เฮือก
แถมยังต้องออกมาอธิบายอีก แหงะ ไม่ชอบขายความคิดฟรีๆ อ่ะ =..=a แต่ก็เอาเถอะ
เพื่อคะแนน T__T ก็คือช่วงนี้กำลังเข้าสู่การทำไฟนอลโปรเจค ทั้งๆ ที่งานเก่า
ยังไม่ทำเลย 555+ ทั้ง Rotoscope คนและสัตว์ เบื่อชีวิตจริงหนอ -__-;
แต่คราวนี้กะว่าจะอนิเมทเองเลยละกัน คราวก่อนให้เมย์มันอนิเมท เราถ่าย
คราวนี้จะลุยเองล่ะฮุ่ย ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทนได้กี่ชั่วโมงกัน เห็นพวกไอชิ 8 ชม. เหอๆ
เทอมหน้าจะสบายตรงที่ไม่มีเรียนกับจารย์ชูชัยแล้วล่ะค่ะ แต่คาดว่าคงไปหนักวิชาอื่น
เช่น มารยา เอ้ย มายา ฮ่ะๆ แล้วก็วันก่อนดูคอร์สเรียนภาษาเสริมมาแล้ว โอ้ว
เริ่มเรียนวันเสาร์ บ่ายสองถึงห้าโมงเย็นก็ไม่เลวเหมือนกัน หุหุ คิดแล้วก็ตื่นเต้น แต่ว่า
ยังไม่ได้ลองขอแม่ดูเลยแฮะ ไม่สิงานนี้ต้องขอพ่อ แต่มีหวังโดนค้านให้ไปเรียนอังกฤษ
แหงมๆ เลยแหละ T__T วันก่อนแม่ก็บอกว่าให้ไปตัดแว่นใหม่ได้แล้ว ไม่กล้าไปแฮะ
กลัวโดนขูดรีด 55+ ทำนองว่าโดนยัดเยียดซื้อ แปลกดีทีเรื่องคนอื่นกล้านัก
พอเรื่องตัวเองจะกลัวบ้าอะไรมันล่ะเนี่ย ฮ่ะๆ

แล้ววันก่อนก็คุยกับเกอลี่ค่ะ เกอลี่ชวนไปคอส โอ้ เพราะไม่เคยคอสเหมือนกัน
แต่ด้วยความอยาก ก็น่า่ลองค่ะ แต่เราคงไม่มีตังมากไปคอสหรอกมั้ง ฮ่ะๆ
เลยว่าจะขอไปดูลู่ทางไว้ก่อนซักหนละกัน ไว้จะตัดสินใจอีกที ฮ่ะๆ

คิดแล้วก็ตื่นเต้นแฮะ อีก 3 วัน นับถอยหลัง ฮึ่ม รอลูลูชลิมิตอิดิชั่นค่ะ หึหึ
โค้ดกีอัสลิมิตอิดิชั่นตะหาก -๐-” ไปเก็บชัวร์ๆ แน่ๆ ค่ะ ฮ่ะๆ หวังว่าไม่ใช่ไปถึงงาน
ลิมิตอิดิชั่นหมด มีโวยแน่ๆ แต่ก็กลัวอีกอย่างตรง ถ้ามันมีของอย่างอื่นให้ตื่นตา
เช่นโมเดลลูลูชละก็ มีหวังงานนี้ถังแตกแน่เลย ไหนจะค่าน้ำค่าไฟอีก ยังไม่ได้จ่าย
T___T ชีวิตหนอ เงินเป็นของนอกกาย แต่ถ้าหมดก็ตายแน่ๆ อ่ะ TvT

ช่วงนี้ถึงจะเครียดๆ ไปบ้าง ปวดหัวด้วย แต่ก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ค่ะ
ว่าเครียดอะไรมากมาย แต่ที่แน่ๆ คงมาจากตัวเองเป็นส่วนใหญ่ แล้วก็งานด้วย
วันนี้อาจารย์ชูชัยพูดถึงความคิดนอกกรอบ ทำให้สะกิดใจอะไรได้หลายอย่าง
แบบว่าจริงๆ แล้ว กรอบอ่ะมันไม่มีตั้งแต่แรกแล้ว เพียงแต่เราคิดว่ามันมี
เราเป็นคนวาดกรอบของตัวเองขึ้นมาตะหาก โอ้ โดนใจมากค่ะ ตอนนี้เราคง
ยึดติดอยู่กับกรอบอะไรซักอย่างล่ะมั้ง เลยทำให้พลาดสิ่งดีๆ ไปหลายอย่าง
แล้วก็เครียดๆ อยู่อย่างตรงนี้ อาจเป็นเพราะความคาดหวังของตัวเองด้วย
ที่อยากจะเก่งๆ ขึ้น แล้วก็อยากทำให้ทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยดี แต่มันก็ไม่ผิดหรอก
ผิดที่ตัวเราเลิกคิดไม่ได้เนี่ยแหละ T__T มองคนอื่นเขาเก่งๆ กัน ไอเราก็อยาก
จะทำให้ได้แบบนั้นบ้าง จนอาจลืมมองดูขีดจำกัดของตัวเอง เอาเถอะ
ตอนนี้ขอเดินเล่นไปเรื่อยๆ ดีกว่า ถ้าไหนๆ จะต้องถึงจุดหมายปลายทาง
ยิ่งกังวลปลายทางมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งถึงช้ากว่าเดิมด้วย เอาเถอะจะทำใจให้สบายค่ะ
ฮ่ะๆ ชีวิตนี้ต้องสู้สิวุ้ย โอ๊สส~!!

อ้อใช่ค่ะ วันอังคารหน้า อาจารย์เจี๋ยจะพาไปสวนสัตว์เขาดิน ไปเที่ยว~ เย้~ ซะเมื่อไหร่
ไปถ่ายรูปเอาไปทำงานค่ะ แต่ก็ดีแฮะได้เปลี่ยนบรรยากาศ คิกคิก อ้อใช่วันนี้เจอจารย์
โน๊ตค่ะ แล้วไอตูนมันอยากรู้ว่าจารย์อายุเท่าไหร่ เพราะคงเท่าๆ กับจารย์เจี๋ยก็เลยถามไป
จารย์ก็บอกให้เดา เลยเดาไปว่า 30 จารย์บอกซื้อห่วยถูกนะเนี่ย ฮ่ะๆ มั่วไปงั้นล่ะ
แค่ได้ไปเรียนข้างนอกก็ดีใจแล้วล่ะค่ะ อยากไปที่อื่นๆ มั่งที่ไม่ใช่ที่มอ เพราะน่าเบื่อมาก
แถมจิตใจช่วงนี้ก็หดหู่ ถ้าไปข้างนอกคงได้รู้สึกดีๆ กะเค้าบ้าง ฮ่ะๆ

ว่าแล้วก็จรลีตัวเองไปแดกพาราดีกว่า ปวดหัวชอบกล แล้วยังต้องตัดหาคลิปสต็อปอีก
แล้วก็คิดหัวข้อรายงานภาษาไทย อ่านดนตรีด้วยซักบทก็ท่าจะดีแฮะ วาดโครงร่าง
งานอีเพ้นด้วยเลย จะคิดให้ปวดหัวอีกทำไมเนี่ย 555+ ไปดีกว่า~