‘ความเหงา’ คือ ‘ความกล้าหาญ’

Credits : จากหนังสือ Aday ฉบับที่ 91 ประจำเดือนมีนาคม

ตัวหนังที่ผมเผอิญกดรีโมทคอนโทรลไปเจอในเคเบิลทีวีไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก เพราะมันก็แค่หนังคาวบอยยุค 60 ดาดๆ เรื่องหนึ่ง แต่ “ชื่อหนัง” น่ะสิ ที่ติดอยู่ในใจผมไม่หาย
‘Lonely Are the Brave’ คือชื่อของหนังเรื่องที่ว่า
โดยส่วนตัวแล้ว ผมไม่มีปัญหากับ “ความเหงา” แม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ออกจะชอบๆ มันด้วยซ้ำ เหตุผลอาจเพราะผมอยู่กับมันมาตั้งแต่เด็ก ครอบครัวผมพี่น้องเกือบทั้งหมดเป็นผู้หญิง เวลาเขาเล่นอะไรที่ “หญิงๆ” กัน อย่างกระโดดหนังยาง ขายกับข้าว แต่งตัวตุ๊กตา ฯลฯ ผมจะเล่นกับเขาไม่ค่อยเป็น เลยชอบหลบๆ ไปหาอะไรเล่นอยู่คนเดียวมากกว่า จำได้ว่าผมสามารถเล่นคนเดียวได้ทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจรดเย็น
โตขึ้นมาเป็นนักเรียนมัธยมปลาย เพื่อความสะดวกในการเดินทางไปโรงเรียน ผมจึงขออนุญาตที่บ้านไปอยู่หอพัก พอถึงเวลาเข้ามหาวิทยาลัย ทีนี้ก็ต้องอยู่คนเดียวเข้าไปใหญ่ เพราะมหาวิทยาลัยที่ผมเรียนตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด ไกลจากกรุงเทพฯ หลายร้อยกิโลเมตร
ชีวิตผมก็เลยอยู่คนเดียว ทำอะไรคนเดียวมาตลอด เรียกว่าอยู่กับความเหงาจนเคยชินก็คงจะได้
สำหรับคนทั่วไป ความเหงาคือเรื่องทรมานใช่ไหม? โอเค ถ้าถามผม มันก็มีส่วนจริงอยู่บ้าง บางครั้งความเหงาก็ทำให้เราหดหู่เศร้าสร้อย ส่วนอาการเซื่องซึมนั่นก็ไม่ใช่เรื่องน่าสนุกแน่ๆ ที่ผ่านมาผมก็เคยมีช่วงเวลาที่รู้สึกทุกข์ทรมานกับความเหงา แต่ถ้าถามต่อว่า แล้วผมเกลียดมันรึเปล่า ผมตอบได้ทันทีว่า-ไม่
เพราะอะไรน่ะหรือ ก็เพราะความเหงามี “คุณูปการ” ต่อชีวิตผมอย่างมหาศาลน่ะสิ! ความเหงาทำให้ผมได้ทบทวนและค้นหาความสนใจใคร่รู้ของตัวเอง ที่สำคัญคือพาให้ผมหันมาอ่านหนังสือ เริ่มจากแค่ชอบ พัฒนาเป็นคลั่งไคล้ กระทั่งเรียกได้ว่าเป็นหนอนหนังสือ และต่อมาก็อย่างที่หลายคนรู้คือ มันกลายเป็นต้นธารที่ทำให้ผมเลือกอาชีพเป็นคนทำหนังสือ ซึ่งเป็นอาชีพที่ผมตั้งใจว่าจะปักหลักอยู่กับมันไปจนตาย
ทำไมผมถึงเชื่อว่า คนชอบอ่านหนังสือเขียนหนังสือ ต้องเป็นคนเหงา นั่นก็เพราะมันเป็นกิจกรรมที่ต้องอาศัยสมาธิอย่างมาก การอ่านหนังสือหรือเขียนหนังสือในที่ชุมชนผู้คนคับคั่งอาจทำได้ แต่เชื่อผมเถอะว่ามันไม่ได้ผลดีเท่ากับทำเงียบๆ คนเดียวหรอก พูดอย่างนี้ได้เพราะผมเคยลองทำมาทั้งสองอย่างแล้ว
คนที่ผมรู้จักจำนวนมากอยู่กับตัวเองไม่ได้ ทำอะไรคนเดียวไม่เป็น ไล่ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ อย่างกินข้าว ดูหนัง เดินช็อปปิ้ง ไปจนกระทั่งเรื่องใหญ่ขึ้นมาหน่อยอย่างออกเดินทาง นั่นก็เพราะสาเหตุสำคัญคือ “กลัวเหงา” ซึ่งผมว่าเป็นสภาวะที่น่าสงสาร คนเหล่านี้ไม่เคยได้รู้ว่า อิสระจากการลงมือทำอะไรหรือไปไหนมาไหนตามใจเราเอง โดยไม่ต้องพะวักพะวนหรือประนีประนอมความชอบกับคนอื่นนั้น เป็นความสุขขนาดไหน สำคัญกว่านั้นคือ การอยู่กับตัวเองทำให้เราได้ “พูดคุย” กับตัวเอง บอกอย่างนี้ บางคนอาจว่าตลก แต่ผมถามจริงคุณพูดคุยกับตัวเองครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่? หรือชีวิตนี้ไม่เคยเลย?
ถ้าเรารู้จักตัวเอง เราจะรักตัวเองมากขึ้น-ผมเชื่อเช่นนั้น คนที่ “รู้จัก” และ “เข้าใจ” ตัวเรามากที่สุด ที่ถูกแล้วน่าจะเป็นเราไม่ใช่คนอื่น
และเพราะเห็นผลดีจากการลงมือทำอะไรโดยลำพัง ผมก็เลยอยากให้คุณลุกขึ้นมาประกาศอิสรภาพด้วยการเลิกผูกติดตัวเองไว้กับใครเสียตั้งแต่วันนี้ เปลี่ยนความคิดเสียใหม่ ว่าความเหงาไม่ใช่ความทุกข์ ไม่ใช่สิ่งน่าอาย ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย หากความเหงานั้นมีประโยชน์ ความเหงาสร้างงานได้ ความเหงาทำให้เราถ่องแท้กับตัวเอง

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s