
ประติมากรรม"เดอะเฮด"
มาถึงก็แปะภาพน่ากลัว 555+ รูปปั้นนี้(สี)อาจจะดูน่ากลัวไปนิด แต่นี่ก็คืองานประติมากรรม
“เดอะเฮด” ที่ฉลองความสัมพันธ์ไทย-อินเดีย ครบ 62 ปี ที่จัดอยู่หน้าเซ็นทรัลเวิลด์นั่นเอง
เหตุใดจึงไปถ่ายรูปนี้มาน่ะหรือ ก็เพราะไปเที่ยวกับแม่มานั่นเอง!! เล่าย้อนความนิด..
แม่ขึ้นมาสัมมนาของทางโรงเรียนกับครู 3-4 ท่านได้ซักพักแล้ว และวันนี้ (13มิ.ย.) ก็เป็น
วันสุดท้ายของานสัมมนา และจะเดินทางกลับหาดใหญ่พรุ่งนี้ ไอเราก็ว่างๆ หลังเลิกเรียน
วันเสาร์ก็เลยรีบนั่งรถมาหาแม่ค่ะ แล้วก็มานัดเจอกันที่เซ็นทรัลเวิลด์แห่งนี้นั่นเอง
แต่ก่อนจะไปเซ็นทรัลเวิลด์ ก็ได้ไปไหว้พระพรหมกับแม่มาค่ะ นักท่องเที่ยวมาไหว้
กันเยอะมาก แทบจะรมควันธูปกันได้เลย หะหะ

นิทรรศการภาพถ่าย Planet Ocean
จริงๆ เซ็นทรัลเวิลด์ก็มาหลายรอบแล้ว แต่ไม่รู้สินะ มากับเมย์ก็สนุกดี แต่มากับแม่รู้สึก
มีความสุขยิ่งกว่า ^^ หน้าเซ็นทรัลเวิลด์มีงานจัดของ Windows Mobile ด้วย พิธีกร
พูดเก่งมากกกก แบบว่าฟังแล้วนึกถึงพี่มดเลย 5555+ ตอนที่เล่นดีเจไก่กัน ^^
แต่ก็แค่เดินผ่านไม่ได้แวะดู จากนั้นก็ไปดูประติมากรรมเดอะเฮด แล้วบังเอิญว่าตรงนั้น
มีจัดนิทรรศการภาพถ่าย Planet Ocean ซึ่งเป็นภาพถ่ายสัตว์น้ำแปลกๆ หายากต่างๆ
ใต้น้ำ ขอบอกว่ามีแต่แปลกๆ ทั้งนั้น =w=; ใครว่างก็แวะไปดูชมกันได้นะคะ งานจัดถึง
12 สิงหาคม ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนิทรรศการนี้ คลิกกกกกกกกกกกกกก
แถมภายในห้างก็มีการจัดงานเทศกาล Thailand Balloon Festival 4th ก็จะมีพวก
บอลลูนประดิษฐ์จากวรรณคดีไทยต่างๆ มาให้ยลโฉมกัน พร้อมด้วยการแสดงละคร
บนเวที (ซึ่งหยุดดูไม่นานอ่ะนะ ไม่รู้เหมือนกันแสดงอะไร 55+) แต่ก็ถ่ายรูปกับแม่
อย่างสนุกสนานค่ะ (ต่างคนก็ต่างแข่งกันถ่าย 555+)

สิงห์ซ่าโซดา ไม่ใช่ละ!!!

พญานาค~

อันนี้ดูไม่ออก ฮา~

เจ้านิล! ไม่ใช่ละ ม้านิลมังกรจ้า~ ^^

การแสดงบนเวทีหนุมาน!!!

แสงไฟแห่งเมืองศิวิไล (?)

> < Kagayaki!!
จากนั้นก็เดินขึ้นไปกินข้าวกันชั้น 7 แล้วก็เดินเที่ยวเล่นค่ะ ไม่ค่อยได้แวะอะไร
เพราะคนค่อนข้างเยอะ =w=; แล้วเป้าหมายเราก็อยากไปร้านหนังสืออยู่แล้ว
ก็เลยไปเข้าคิโนะ กะว่าจะซื้อหนังสืออาร์ตบุ๊คซักเล่ม แม่เองก็บอกว่าจะซื้อให้
แต่พอเอาเข้าจริงๆ เราก็ไม่กล้าซื้อ ไม่อยากให้เงินแม่ต้องมาหมดไปกับ
ความไร้สาระของเรา สรุปเลยไม่ได้ซื้อ แต่ไปซื้อหนังสือภาษาญี่ปุ่นแทน =w=;
จะได้เอาไว้อ่านเรียนเองด้วย หะหะ สรุปก็ได้ไปคนละเล่ม จากนั้นก็ไปแวะซื้อ
โดนัท แล้วขากลับก็แวะไปไหว้พระพิฆเนศและพระตรีมูรติค่ะ สารภาพบาปว่า
ตอนไปไหว้นั้น ไม่ได้อ่านป้าย ว่าต้องไหว้พระพิฆเนศก่อน ก็เลยไหว้พระตรีฯ
ตอนที่ไหว้อยู่นั้น ใกล้จะจบแล้วล่ะ อยู่ๆ ไอเราก็ดันฮัดชิ้วขึ้นมาซะงั้้น!! อ่ะ
ดังมาก =[]=; อายด้วยแต่ไม่กล้าหันไปสบตาใครเลย รู้สึกเหมือนไอที่ขอ
ท่าจะไม่ได้แฮะ เลยเล่นฮัดชิ่วแรงซะขนาดนี้ T[]T; แล้วพอไปอ่านป้ายเค้า
บอกว่าให้ไหว้พระพิฆเนศก่อน เลยเอาเป็นว่า เริ่มไหว้กันใหม่หมด =w=;
เค้าว่ากันว่า พระตรีมูรติ ถ้าขอเรื่องความรักจะสมหวัง ก็เลยเห็นคนถือกุหลาบ
9 ดอก มาไหว้กันใหญ่ ไอเราแอบนึกในใจ มาไหว้ขอคืนดีกับแฟน หรือว่า
ขอให้มีแฟนซักทีน๊า =[]=; ก็แอบขำกับแม่ไป (ไม่ควรจริงๆ เด็กดีอย่าเลียนแบบ)

บรรยากาศกลางคืนหน้าเซ็นทรัลเวิลด์

สว่างไสว และ ระยิบระยับ

ให้เครดิตสถานที่ Central World!!

แสงสีบนท้องถนน

All Photo (c) By FameChan

พระพรหม
จากนั้น ก็นั่ง BTS ไปลงอโศก กลับไปพักที่โรงแรมวินเซอร์สวีท ที่สุขุมวิทค่ะ
โรงแรมสวยมากๆ =w=; เห็นแม่บอกว่าเป็นตึกใหม่ ส่วนตึกเก่าโทรมกว่านี้
เพราะตอนเด็กๆ เราเคยมาแล้วหนนึง (แม่บอก) ดีที่อาจารย์ที่พักห้องเดียวกับแม่
เค้ากลับไปนอนบ้านญาติ ไอเราก็เลยได้นอนสบายหน่อย กินโดนัทดื่มนม
แล้วก็นั่งดู K-ON ตอนที่ 10 ที่พึ่งโหลดมาดู ยูอิน่ารัก > < ~ (แม่เอาโน้ตบุ๊คมา
ก็เลยเสียบแฟลชไดร์ฟดูเอา หะหะ) จากนั้นก็อาบน้ำนอน คืนนี้จริงๆ รู้อยู่แล้วว่า
คงไม่ได้คุยกับพี่มด เพราะเราออกมาข้างนอกแบบนี้ กำลังปลงๆ แล้วก็กำลัง
เคลิ้มหลับได้ที่ ซักพักโทรศัพท์ดังค่ะ!! เชื่อหรือไม่ว่า พี่มดโทรมา ฮ่ะๆ ดีใจมากๆ
แอบทำแม่ตื่นหน่อยๆ เพราะเสียงเราควานหาโทรศัพท์ =w=; แต่ก็ได้คุยกัน
แหละน๊า ถึงจะแค่แปปเดียว ปกติต้องคุยผ่านเอ็มอย่างเดียว นี่พี่มดโทรมาล่ะ!
พี่มดก็บอกว่าโทรมาแบบไม่ทันคิดเหมือนกัน หะหะ แอบขำกับตัวเองค่ะ
เพราะวันนี้ไปไหว้พระตรีมูรติมา รู้สีกในใจลึกๆ แอบอยากให้พี่มดโทรมาหา
แต่ไม่ได้ขอออกไปล่ะค่ะ =w=; แล้วพี่มดก็โทรมาจริงๆ ขอบคุณมากค่ะ >/\<
——————————————————————————–
และเนื่องจากเมื่อคืนกินนมไป ตอนกลางคืนกว่าจะหลับได้ ก็โครกครากไป
หลายยก แต่ไม่ยักกะท้องเสีย =w=; แล้วก็เผลอหลับไป เช้ามารู้สึกตัวก็ตอนที่
แม่เปิดทีวีซึ่งมันเป็นช่องวิทยุที่เราเปิดไว้เมื่อคืน เป็นรายการที่มีแต่เพลงสากล
เพราะๆ ให้ฟังตลอดเวลาค่ะ ชอบมากๆ ถูกปลุกด้วยเพลง Pretty Boy ของ M2M
=w=; บรรยากาศในห้องก็เย็นสบาย บวกกับบรรยากาศยามเช้าแสงที่ผ่านหน้าต่างห้อง
ซึ่งเป็นกระจกบานใหญ่เข้ามา จึงทำให้ทั้งห้องเป็นสีฟ้าอ่อนๆ รู้สึกดีมากๆ เลยล่ะ
คิดแล้วอยากซื้อคอนโดอยู่ชั้นสูงๆ เช้ามาเปิดเพลงฟัง พร้อมกับมองออกไป
นอกหน้าต่างเจอท้องฟ้าสีคราม คงมีความสุขไม่น้อยเลยทีเดียวเชียว ^^ (ฝันเฟื่อง)

ท้องฟ้ายามเช้าอันแสนปลอดโปร่ง ^^
หลังจากหายงัวเงีย ก็รีบไปอาบน้ำ เพื่อไปรับประทานอาหารเช้ากันล่ะค่ะ
ยิ่งตอนเช้ายิ่งทำให้เห็นว่า โรงแรมนี้หรูหราซะขนาดไหน แค่ลิฟต์ก็เว่อร์แล้ว
เพราะต้องเสียบการ์ด ไม่งั้นจะกดหมายเลขชั้นไม่ได้ =w=; เด็กเล่นไม่ได้เลย

พนักงานลิฟต์ค่ะ ไม่ใช่ละ!! แม่เดี้ยนเอง

อยากมีส่วนร่วม 555+
เมื่อมาถึงชั้นล่าง ก็พบกับบรรยากาศที่สุดแสนจะ … อ้าปากค้างอย่างเดียว!

ทั้งใหญ่โต สว่าง สวยงาม > <
จริงๆ ใหญ่กว่าในรูปข้างบนนี้มากๆ ถ่ายไม่หมด 555+ เอาเป็นว่าพอเห็นแล้ว
ก็ต้องตะลึงมากๆ ค่ะ ตื่นเต้นสุดๆ แบบให้ความรู้สึกเหมือนเข้าไปดูเรือนเพาะชำ
แห่งใหญ่ของโลก หรือกรงนก หรือ.. อะไรซักอย่างที่เป็นกระจกล้อมรอบ
ทั้งกำแพงและเพดาน ให้ความรู้สึกเวิ้งว้าง กว้างใหญ่ ปลอดโปร่ง สุดๆ ค่ะ
ชอบมากจริงๆ > < ยังไม่หายตื่นเต้นก็ต้องรีบไปตักอาหาร .. เป็นอาหารเช้า
แบบบุฟเฟ่ต์อเมริกันปนๆ ไทย มีพวกข้าวผัด ผัดผัก แฮม เบคอน ไข่ดาว
ไส้กรอก มันบด ไข่ม้วน ผัดฟักทอง ข้าวต้ม กับแกล้ม ซีเรียล ขนมปังนานาชนิด
แพนเค้ก ผลไม้ น้ำผลไม้องุ่น ส้ม นม ฯลฯ เพียบ อยากกินให้ครบทุกอย่าง
แต่ก็คงท้องแตกตาย ไม่ก็น็อคคาจานข้าวไปซะก่อน 555+

เสียดายตรง ไม่ใช้น้ำผลไม้สด =w=;

อาณาจักรขนมปัง (น่าจะมีเค้ก 55+)

นั่งกินไปก็มองบรรยากาศไป >w<

มื้อเช้าที่ดูอุดมสมบูรณ์ ชวนท้องแตก
หลังจากอิ่มหนำกันแล้ว ก็ขึ้นไปพักผ่อนที่ห้องพักค่ะ จริงๆ ตกลงกับแม่ไว้ว่า
จะขึ้นไปชมวิวด้านบน แต่ติดปัญหาตรงที่ไฟลต์ที่แม่จะต้องไปเย็นนี้ดันเลื่อน
ช้าออกไปกว่าเดิม ซึ่งแม่ข้าน้อยไม่ยอมอยู่แล้ว เลยโทรไปเพื่อขอเลื่อนไฟลต์
ให้เร็วขึ้นกว่าเดิม และปรากฎว่าจากเดิมที่เครื่องออก 5 โมงเย็น ถูกเลื่อนไป
ทุ่มครึ่ง พอเลื่อนมาให้เร็ว กลายเป็นว่าต้องไปตอนเที่ยง!! เหมือนพนักงาน
จะแกล้งกันเลย = =; แม่ก็คุยโทรศัพท์ไป ไอเราก็บ้ากล้อง ถ่ายไปเรื่อยเปื่อย
สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้ขึ้นไปดูวิวบนชั้นสูงสุด เฮ้อ เศร้า T_T จะมีโอกาสได้มา
อีกรึป่าวก็ยังไม่รู้เลย แต่เอาเถอะ ไม่ใช่ตึกนี้จะสูงที่สุดซะหน่อย (ปลอบใจ)

ในห้องมีส่วนของห้องรับแขกด้วย

จิตวิญญาณอาร์ตติสเข้าสิง - -"

อยากจะคว้าปุยเมฆนั่นมากอดจัง~
สุดท้ายแล้วก็ต้องรีบกุลีกุจอ เก็บของและลงไปเช็คเอาท์ เพราะต้องไป
สุวรรณภูมิก่อน 11 โมง เพื่อเช็คขึ้นเครื่อง ไอเราไม่ได้ไปกับเค้าด้วยอยู่แล้ว
เลยชิวๆ =w=; แต่แม่ข้าพเจ้าเป็นพวกไม่ได้ ต้องไปก่อนเวลา ก็ว่าตามกัน
โบกแท็กซี่แล้วก็ตะบึ้งห้อ ไปกับอาจารย์อีกสองท่าน แล้วก็พี่หนิงอีกคน

แครอทสีรุ้ง! จับลูนาติก!! ไม่ใช่ละ

ส่วนด้านหน้า ที่เชื่อมกับที่กินข้าวตะกี้ มีนกด้วยล่ะ

เหม่อมองฟ้า ~
ระหว่างนั่งรถไปก็มองท้องฟ้าไป (มันจะบ้าท้องฟ้าไปถึงไหนเนี่ย = =;)
แล้วก็เก็บรูปได้หลายรูปอยู่เหมือนกัน คัดๆ มาลงละกัน ^^’ ก่อนที่มัน
จะกลายเป็นบล็อคนรกโหลดโหดเกินอัตรา

ฟ้าสีคราม > <~

ขอให้ท้องฟ้าปลอดโปร่งทุกวัน~
เมื่อไปถึงสุวรรณภูมิส่งแม่กับบรรดาอาจารย์เรียบร้อยแล้ว เราก็กลับพร้อม
พี่หนิงค่ะ พี่หนิงเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ที่มากับแม่ ซึ่งตอนแรกเรานึกว่า
เป็นแม่ลูกกันซะอีก 555+ เพราะดูสนิทสนมกันมาก พี่หนิงเองก็หมวย
ขาว น่ารักมากๆ ค่ะ จริงๆ เราจะต้องกลับตั้งแต่โรงแรมแล้ว แต่ว่าพี่หนิง
เป็นคนชวนไปส่งที่สนามบิน แล้วพี่เค้าจะกลับทางเดียวกับเรา ไปลงรังสิต
ไอเราเป็นพวกไม่ชำนาญทาง(ขั้นวิบัติ) พอมีคนนำ ก็เลยกล้าไปล่ะค่ะ
ออกจากสุวรรณภูมิ (ประตูหมายเลข6) ก็จะมีรถมารับออกไปค่ะ จากนั้น
ก็ไปขึ้นรถตู้ สุวรรภูมิ-ดินแดง-ดอนเมือง เพื่อไปลงหน้าเมืองเอก ส่วนพี่หนิง
ไปลงที่ฟิวเจอร์ เพราะบ้านพี่เค้าอยู่หลังฟิวฯ นั่งรถไปก็คุยกับพี่หนิงไป
พี่เค้าเป็นคนคุยเก่งมากค่ะ อบอุ่น ดูเป็นพี่สาวผู้แสนใจดี พึ่งพาได้ เก่งด้วย
พี่เค้าจบบัญชีมา 6-7 ปี ได้แล้ว ตอนนี้ทำงานให้กับบริษัทรถพวกโตโยต้า
อิซูซุ (ถ้าจำไม่ผิด) คุยกับพี่หนิงก็ได้ความคิด มุมมองอะไรแปลกใหม่
มากมายค่ะ อย่างเช่นบริษัทเดี๋ยวนี้ ไม่ใช่ว่าทุกบริษัทจะรับเข้าทำงาน เพียง
เพราะว่ามีคนรู้จักกัน ยิ่งรู้จักกันยิ่งอันตราย ช่วยกันโกงอะไรแบบนี้ =w=;
มันก็จริงอ่ะนะ, ชีวิตพนักงานเงินเดือนนี่ก็ลำบากใช่เล่น แบบต้องตื่นตั้งแต่
ตี 4 ครึ่ง (สำหรับพี่หนิง) เพื่อออกไปทำงานก่อน 8 ครึ่ง ถ้าสายก็เป็นเรื่องใหญ่
ขับรถไปเองก็ไม่ได้อีก เพราะที่จอดให้สำหรับลูกค้า เลยต้องไปรถเมล์
แต่ถ้าที่พักอยู่ใกล้ คงไม่ต้องรีบตื่นขนาดนั้น กว่าบริษัทจะเลิกก็ 5 โมงเย็น
ไปถึงบ้านก็ ทุ่มสองทุ่ม บางวันเหนื่อยจัดก็นอนเลย, แล้วยิ่งเป็นอาชีพบริการ
ที่ต้องติดต่อกับคนอื่นแล้วด้วย ไม่ว่าจะอารมณ์ไหน ก็ต้องยิ้มไว้ก่อน =w=;
โดยเฉพาะผู้หญิงแล้วด้วย เจอผู้ชายชีกอ เจ็บแค้นหมักโหดอะไร ก็ต้องยิ้มไว้
แบบยิ้มสู้เสือ =w=; ลำบากเหลือเกิน, วันเสาร์ก็ไม่ได้หยุด ต้องทำงาน แต่ถ้าทำล่วง
หน้าไว้ก่อน ก็หยุดเบิ้ลได้อะไรงี้ แต่จริงๆ แล้ว เสาร์อาทิตย์หยุด แต่บริษัทไม่หยุด
อันนี้ก็พึ่งรู้ ว่าถ้ามาทำงานวันหยุดเนี่ย จะได้เงินวันนั้นเบิ้ลด้วย =w=; แต่พี่หนิง
ก็บอกว่าวันหยุดก็ไม่มีใครอยากไปทำหรอก (ซะงั้น) 555+ มันก็จริงแหละนะ,
พี่หนิงเองก็เป็นที่ชื่นชอบของเหล่าพี่ๆ น้องๆ ที่บริษัทค่ะ พี่เค้าเ่ล่าว่างั้น แบบว่า
เวลาใครมีปัญหาอะไรก็จะมาปรึกษาพี่หนิงก่อน แล้วพี่หนิงเป็นคนที่สุดยอดค่ะ
แบบว่าจริงๆ แล้ว พี่เค้าก็เป็นคนที่อารมณ์ร้อน โกรธเป็นเหมือนกัน แต่เวลาเป็น
พี่เค้าก็จะโกรธเงียบ แล้วก็หายไป เพื่อไปทำให้อารมณ์เย็นแล้วจึงกลับมา
จะไม่ระเบิดอารมณ์แบบตรงไปตรงมา =w=; ซึ่งนั่นเป็นจุดที่น่าชื่นชมมากค่ะ
สำหรับเราน่ะนะ ถ้าไปอยู่ตรงจุดนั้น ก็คงต้องทำแบบนี้ให้ได้แหละ, ตอนที่ได้คุย
กับพี่เค้าแล้วเราพูดตัดพ้อกับตัวเองว่า เรียนปี3 ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะรอดเลยมั้ย
พี่หนิงก็พูดออกมาว่า “ต้องรอดสิ ไม่รอดก็ต้องรอด” ทำให้รู้สึกได้ว่า ต้องรอด!!
สู้ตายค่ะ ^^, ถามพี่หนิงไปเหมือนกันว่า ไม่เบื่อที่ต้องตื่นแต่เช้าไปทำงานทุกวัน
บ้างหรอ? พี่หนิงก็บอกว่า บางทีก็เบื่อนะ แต่ก็คิดว่าใครๆ เค้าก็ทำกัน ก็ต้องทำแหละ
แต่ถ้าเป็นเรา เหตุผลแค่นั้นดูไม่พอเอาเสียเลยแฮะ = =;….
นั่งคุยกันไปตลอดทาง ไม่เกรงกลัวความเงียบของคนในรถตู้เลย =w=; หะหะ
จริงๆ อยากแลกเบอร์มือถือกับพี่หนิงไว้ แบบว่าเผื่อมีปัญหาอยากปรึกษาอะไร
แต่ไอเราเป็นพวก ไม่กล้าติดต่อสัมพันธ์กับใครเกินกว่านั้น เลยไม่ได้ขอไว้ค่ะ TwT
จริงๆ แล้วพี่หนิงให้ความรู้สึกเหมือนญาติเราเลยแฮะ หน้าคล้ายๆ ^^’
สุดท้ายค่ารถพี่หนิงก็เป็นคนออกให้ ใจดีมากๆ ด้วย คนทำงานแล้วนี่นะ TwT;
ไงก็มาขอขอบคุณผ่านบล็อคนี้อีกหนละกันนะคะ ขอบคุณมากๆ เลยนะค๊า > <
Filed under: Diary, Gallery, OtherStory